ตอบคำถามครูเพาะพันธุ์ปัญญา

เพาะพันธุ์ปัญญา
เพาะพันธุ์ปัญญา คือ โครงการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานฐานวิจัย (Research- Based Learning) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ ธนาคารกสิกรไทย

การจัดกาเรียนการสอนแบบนี้จะทำให้นักเรียนมีทักษะวิจัย ซึ่งเป็นความสามารถแก้ปัญหาและพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
มีโรงเรียนเข้าร่วม  80 โรงเรียน ซึ่งกระจายอยู่ใน 4 ภาค (เหนือ อีสาน กลาง และใต้) ภาคละ 20 โรงเรียน   ในแต่ละโรงเรียนมีครูแกนนำ 4-6 คน จัดการเรียนการสอนแบบโครงงานฐานวิจัยอย่างน้อยหนึ่งห้องเรียน เพื่อเข้าใจ เรียนรู้ และขยายต่อเป็นสอนทั้งชั้นเรียน

ความมีเหตุผลและคุณธรรม
ความมีเหตุผล เป็นพื้นฐานสำคัญของการเข้าถึงความจริงเดียวกัน โครงการนี้จึงเน้นการฝึกให้เด็กมีความสามารถในการเข้าใจเหตุปัจจัยตามความจริงธรรมชาติ ที่ไม่ใช่ความรู้สึก
การสอนจึงเน้นการปลุกคุณธรรมในตัวเด็กและฝึกการคิดเชิงเหตุผล บนการทำโครงงาน   เด็กจะถูกฝึกออกแบบการเก็บข้อมูล  นำข้อมูลมาแปลผลเป็นความรู้ ด้วยการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์  และนำเสนอผลงาน

ความรู้จากคำถามของครู
มีครูเพาะพันธุ์ปัญญาซึ่งสอนภาษาไทย ได้ตั้งคำถามไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

     คำถาม ๑. เป็นไปได้ไหมคะว่า การประชุมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ครั้งใดก็ได้ ถ้าจะให้ตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมด้วยบ้าง ค่ะ
     ตอบ การให้นักเรียนเข้ามาร่วมในเวทีอบรมครู เป็นไปได้ หรือไม่ได้ ขึ้นกับวัตถุประสงค์ของการประชุม
โครงการเพาะพันธุ์ปัญญาออกแบบการทำงานเป็นขั้น ๆ ในการถ่ายทอดความรู้ ดังนี้คือ ขั้นที่ 1 หน่วยกลาง 2 คนฝึกพี่เลี้ยง 8 ศูนย์ (40 คน), ขั้นที่ 2 พี่เลี้ยง 2-4 คน ฝึกครู 10 โรงเรียน (40-50 คน), และ ขั้นที่ 3 ครู 4 คนฝึกนักเรียนหนึ่งห้อง (25-40 คน)
ดังนั้นถ้านำนักเรียนมารวมอยู่ในขั้นที่ 2  ก็จะลดประสิทธิภาพการเรียนรู้ของครู  หากเลือกนักเรียนบางคนมาร่วมก็ไม่มีประโยชน์ เพราะโครงการนี้ต้องการการเปลี่ยนแปลงระดับห้องเรียน ไม่ใช่ระดับบุคคลที่เป็นตัวแทน

     คำถาม ๒. โทรศัพท์ทำมีอะไรได้มากมาย ทำไมไม่ทำโน้ตบุ๊คบวกโปรเจคเตอร์ในตัวเดียวกัน ครูกดใช้งานได้สะดวก
     ตอบ น้ำหนัก การระบายความร้อน ขนาด และราคา เป็นข้อจำกัดของคอมพิวเตอร์ ส่วนโปรเจคเตอร์ต้องผลิตแสงให้ความสว่างมากและมีความร้อนเกิดขึ้น  จึงไม่แน่ใจว่า การเอามารวมกันจะทำดีขึ้น จะแก้ปัญหาน้ำหนักเพิ่มขึ้นและความร้อน อย่างไร

     คำถามที่ ๓. หนูเป็นครูสอนภาษาไทย ในทีมงาน RBL ของโรงเรียน เราเตรียมงาน เตรียมระบบ ช่วยเหลือดูแล
อย่างดีมากๆ ส่วนเด็กๆ โดยภาพรวมก็ดี
ปัญหา คือ ในห้องเรียน หนูสอนวรรณคดีในบทเรียนเรื่อง อิเหนา มีปัญหามาก เนื่องด้วย เรื่องยาว เด็กเรียนเฉพาะตอน ศึกกะหมังกุหนิง เด็กไม่อ่าน ไม่เข้าใจ ไม่… และ ก็ไม่… หนูจะประยุกต์วิธีการ RBL เรื่องการสอนคิดเชิงเหตุ – ผล  หนูจะเริ่มต้น และ ทำได้อย่างไรดี (หนูคิดว่า หนูควรจะเริ่มต้นด้วย คำถาม)
 ตอบ การสอนวรรณคดีที่ผ่านมา เป็นการสอนเรื่องราว จิตนาการ และความรู้สึก  เห็นด้วยกับแนวคิดของอาจรย์ สอนด้วยการตั้งคำถาม  ถ้าให้เด็กจับข้อความสำคัญจากเนื้อหา แล้วนำมาเขียนเป็นผังเหตุผล  อาจทำให้เด็กสนุกและจำได้

     คำถาม ๔. หนูก็อยากเก่งเหมือนอาจารย์จัง (อิอิ)
ตอบ เก่งหรือไม่เก่งขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบ แนะนำเปรียบเทียบกับตัวเองก็จะพบว่าตัวเองพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
“อยากเก่ง” ก็เป็นจุดเริ่มต้นดีของ “ความไม่พอใจ”
เมื่อไม่พอใจก็จะชักนำให้พัฒนาและเปลี่ยนแปลง
ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณครู ในการก้าวเดินบนเส้นทางแห่งการเรียนรู้ ที่อาศัยการฝึกฝนตัวเองตลอดเวลาด้วยรอยยิ่มและความเบิกบาน

     คำถาม ๕. หนูชอบเสียงระฆังที่ดังสิบห้านาที (Mindful Clock โหลดโปรแกรมได้ที่ http://www.thaiplumvillage.org) เพราะฟังทุกทีได้กลับมาสู่กายตน ฟังกี่ครั้งกี่หนก็เบิกบาน
     ตอบ ดีใจด้วย เพราะน้อยคนนักที่จะรู้จักฝึกสติ เนื่องจากส่วนใหญ่หลงอยู่ในมายาแห่ง “ความรู้” บางคนหลงไปทั้งชีวิต กว่าจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว
การหันกลับมาจัดสมดุลชีวิตใหม่ เรียนรู้ด้านในของตัวเอง รู้จักเรียกจิตกลับบ้าน (ร่างกาย) นั่นคือ การฝึกสติ
สติ ทำให้เรามีสมาธิและเกิดปัญญา (เห็นตามความเป็นจริง)   จากประสบการณ์ที่ใช้กับเด็กในห้องพบว่าได้ผลดีมาก ทั้งครูและเด็กถูกปลุกให้มีสติอยู่กับลมหายใจทุกสิบห้านาที ขณะเรียนหนังสือ  ฝึกบ่อย ๆ เด็กก็สามารถเรียกสติกลับมาได้เร็วขึ้น จนเป็นนิสัย

     คำถาม ๖. ปกติ หนูเป็นคนขี้อาย เขิลมาก หากต้องพูดกับผู้ฟังที่เป็นผู้ใหญ่ แต่เวทีเพาะพันธุ์ปัญญานี้ ทำให้หนูกล้าหาญในการพูดมากขึ้น นี่คืออีกสิ่งที่เป็นมูลค่าเพิ่มในชีวิตหนู
     ตอบ การเปลี่ยนแปลงของในตัวคุณครูแสดงให้เห็นว่า เกิดปัญญา  สภาพเช่นนี้ทำให้มนุษย์เข้าถึงอิสรภาพอย่างแท้จริง เมื่อมีอิสรภาพ (หายจากการกลัว) ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง

สรุป
การเปลี่ยนแปลงของครูผู้สอน ย่อมส่งผลสะเทือนต่อการสอนนักเรียน

ครูหลุดพ้นจากพันธนาการและคืนกลับสู่การมีอิสรภาพอีกครั้ง  จะเป็นก้าวเล็ก ๆ ของโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ซึ่งอาศัยเครื่องมือ คือ คุณธรรม การคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล และกระบวนการวิจัย ในการสร้างสรรค์การศึกษา

 

ไพโรจน์  คีรีรัตน์

25 มิถุนายน 2556

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s