การพัฒนาครูเพื่อความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนด้วยรูปแบบ SWIPPACA

นางนวลใย  สุทธิพิทักษ์
ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสวนพล
E-mail: nounyaisut@hotmail.com

โรงเรียนวัดสวนพล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต1 ตั้งอยู่ หมู่ที่ 2 ตำบลกำแพงเซา อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดการศึกษาระดับปฐมวัย-ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2552 มีนักเรียนทั้งหมด 90 คนผู้บริหาร 1 คน ครู 9 คนชุมชนรอบโรงเรียนมีลักษณะเป็นกึ่งเมืองกึ่งชนบท การคมนาคมและการสื่อสารสะดวก มีประชากรในเขตบริการประมาณ 3,000 คน ผู้ปกครองนักเรียนส่วนใหญ่จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  มีอาชีพหลัก คือ การทำสวนผลไม้ ทำสวนยางพารา และปลูกผักคิดเป็นร้อยละ 90 อาชีพรับจ้าง ค้าขาย และรับราชการร้อยละ 10 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 99 นับถือศาสนาอื่น ๆ  ร้อยละ 1 มีรายได้เฉลี่ยต่อครอบครัวต่อปีประมาณ 35,000 บาท โรงเรียนมีข้อจำกัดที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีครูและนักเรียนน้อย งบประมาณที่ได้รับจากรัฐบาลจึงน้อยตามรายหัวของนักเรียน ส่งผลให้โรงเรียนขาดแคลนสื่อการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยี วัสดุ อุปกรณ์การเรียน และงบประมาณในการจัดการศึกษาให้เท่าเทียมกับโรงเรียนชั้นนำที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ แต่โรงเรียนก็มีโอกาสที่ชุมชนมีผู้นำที่เข็มแข็ง ให้ความร่วมมือในการจัดการศึกษาด้วยดีตลอดมา

เหตุผลในการทำวิจัยครั้งนี้ ข้าพเจ้าใช้หลักการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว และเพื่อพัฒนาคน พัฒนางาน ประสานชุมชนอย่างเป็นระบบ ผลวิจัยได้มาซึ่งความรู้ ความจริง หรือคำตอบที่เชื่อถือได้ ที่สำคัญช่วยเสริมสร้างความรู้ทางวิชาการ ช่วยในการวินิจฉัยปัญหาของโรงเรียน หาต้นเหตุของปัญหา แนวทางและวิธีการแก้ปัญหานั้นๆ ข้าพเจ้าเป็นผู้บริหารสถานศึกษาจึงใช้การวิจัยช่วยในการตัดสินใจในการวินิจฉัยปัญหา ติดตามประเมินผลปฏิบัติงานของหน่วยงาน/บุคคลในหน่วยงาน ช่วยในการวางแผนหรือกำหนดนโยบายจากรากฐานที่เชื่อถือได้ โดยเริ่มต้นด้วยการทำวิจัยเพื่อแก้ปัญหาที่พบว่า ในมาตรฐานที่4  ผู้เรียนมีการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรองและมีวิสัยทัศน์ไม่ได้มาตรฐาน กล่าวคือ ระดับปฐมวัยมีค่าเฉลี่ย 2.20  อยู่ในระดับพอใช้ ระดับประถมศึกษามีค่าเฉลี่ย 1.74 อยู่ในระดับปรับปรุง เมื่อได้ทำการวิเคราะห์สภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหา พบว่า ปัญหา คือ ครูไม่สามารถพัฒนาผู้เรียนสู่มาตรฐานที่กำหนดได้นั้นเกิดจากสาเหตุหลายประการด้วยกันคือ

1) ครูได้รับการพัฒนาไม่ตรงกับสภาพปัญหาและความต้องการของโรงเรียนอย่างแท้จริง

2) การพัฒนาครูแต่ละครั้งมักเป็นการอบรมที่ให้ฟังการบรรยาย ผู้เข้าอบรมไม่มีส่วนร่วมศึกษาปัญหาของโรงเรียน ร่วมคิด ร่วมวางแผน และพัฒนาจากสภาพปัญหาที่เกิดจริง

3) การพัฒนาครูเกิดจากความไม่สมัครใจ เป็นการบังคับโดยผู้บังคับบัญชาชั้นต้น

4) การพัฒนาครูส่วนใหญ่ไม่เน้นการปฏิบัติจริงที่โรงเรียน ครูไม่สามารถนำความรู้สู่ห้องเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียนได้อย่างแท้จริง

5) การพัฒนาครูเป็น การพัฒนาที่ไม่ต่อเนื่องหลากหลายกิจกรรม ไม่มีการพบปะเป็นรายบุคคลอย่างใกล้ชิด สม่ำเสมอ เพื่อให้ร่วมกันแก้ปัญหา และพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน

6) การพัฒนาครูเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ไม่เป็นกระบวนการ ไม่มีการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลหลังการพัฒนาอย่างเป็นระบบทำให้ครูไม่ได้ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

7) ครูมีภารกิจการสอนมากทำให้ไม่มีเวลาในการจัดทำสื่อ นวัตกรรม และแบบฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์

8 ) ครูไม่สามารถสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลความคิดสร้างสรรค์เฉพาะด้านได้ ทั้งนี้ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาเป็นเพราะผู้บริหารไม่มีรูปแบบวิธีการพัฒนาครู ไม่มีการกระตุ้นขับเคลื่อนการพัฒนาความคิดทั้งระบบและต่อเนื่อง

ข้าพเจ้าซึ่งเป็นผู้บริหารมีความมั่นใจว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถพัฒนาได้ด้วยการสอน ฝึกฝน ฝึกปฏิบัติที่ถูกวิธีและต้องส่งเสริมแก่เด็กตั้งแต่เยาว์วัยตามลำดับ อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ประกอบกับผลการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา ความต้องการจำเป็นแล้ว พบว่า การพัฒนาครูเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนเป็นความต้องการจำเป็น ที่โรงเรียนต้องดำเนินการเป็นอันดับแรก จึงได้คิดการพัฒนาครูด้วยรูปแบบ SWIPPACA ขึ้นภายใต้ความเชื่อว่า การพัฒนาครูอย่างเป็นกระบวนการ คือ การเรียนรู้ด้วยตนเอง S (Self Learning) จากชุดการเรียนรู้เรื่อง “ความคิดสร้างสรรค์ พรสวรรค์ที่พัฒนาได้ด้วยครู” โดยครูทุกคนทุกฝ่ายปฏิบัติงานร่วมกันทั้งโรงเรียน W (Whole School) ที่มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน I ( Interaction) ครูทุกคนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ P (Participation) อย่างเป็นกระบวนการ P (Process and Product) และมีการนำประสบการณ์เดิมไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสร้างสรรค์ใหม่ A (Application) เพื่อสร้างองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาผู้เรียน ตลอดจนสร้างจิตสำนึก สร้างวัฒนธรรมการทำงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ มีการตรวจสอบประเมินผล C (Check) และนำผลการประเมินไปปรับปรุงพัฒนา A ( Action) เพื่อให้ครูนำความรู้ และประสบการณ์ไปพัฒนาผู้เรียนซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์สูงขึ้นกว่าเดิม จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาครูด้วยรูปแบบ SWIPPACA ขึ้น

ผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากดำเนินโครงการ คือ คุณภาพของผู้เรียนที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถคว้ารางวัลในเรื่องของการสร้างสรรค์ผลงานประกวด เช่น

1.ผู้เรียนมีความสามารถด้านศิลปะ

1.1 ได้รับรางวัลสร้างสรรค์ การประกวดวาดภาพจากเรื่องที่กำหนดให้ระดับจังหวัด  (4 คน)

1.2ได้รับรางวัล การประกวดวาดภาพลายไทยระดับจังหวัด (3 คน)

1.3ได้รับรางวัล การประกวดการสร้างภาพด้วยดินน้ำมันระดับจังหวัด (11 คน) ในงานเทศกาลงานบุญสารทเดือนสิบ (15-17 กันยายน 2552 )

2.ผู้เรียนมีความสามารถการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ชนะการประกวดเรียงความตามนโยบาย 3 ดี (3 D) ของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ (28 ตุลาคม 2552) ได้รางวัล 3,000 บาท ได้แก่ เด็กหญิงบุษกร เทพทอง (ป.6)

3.ได้รับการพัฒนาการเขียนสร้างสรรค์ทางด้านวรรณศิลป์ ในการแข่งขันกลอนสด รางวัลกวีน้อยเมืองนคร ครั้งที่ 6 ประจำปี 2552 (30 กันยายน 2552) ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นครศรีธรรมราช ได้แก่  เด็กหญิงรัชนี  วราวงศ์,  เด็กหญิงสุภาวดี  ทองสุข , เด็กหญิงบุษกร  เทพทอง,  เด็กหญิงนภัสสำ  การกรณ์  (ป.6)

4.ได้รางวัลเหรียญทอง รายการแข่งขันทักษะ การประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุเหลือใช้งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน มหกรรมวิชาการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 (13-15 สิงหาคม 2552) จำนวน 3 คน ได้แก่ เด็กหญิงรัชนี วราวงค์, เด็กชายอดิศักดิ์ มณีพงศ์, เด็กชายธีรวุฒิ  สุขประสงค์ (ป.6) ได้รางวัลเหรียญเงิน รายการแข่งขันทักษะ โครงงานอาชีพในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน มหกรรมวิชาการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 (13-15 สิงหาคม 2552) ได้แก่ เด็กชายภูริณัฐ แสงสีดำ, เด็กชายสุธาวุฒิ การกรณ์ และ เด็กชายชุติพันธ์  การกรณ์ (ป.5)ได้รางวัลเหรียญเงิน การแข่งขันทักษะและความสามารถด้านการจัดสวนถาดแบบชื้น ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน มหกรรมวิชาการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1  (13-15 สิงหาคม 2552) ได้แก่ เด็กหญิงบุษกร  เทพทอง, เด็กชายณัฐภัทร ยอดมณี และ เด็กชายฐิติกร แซ่ตั้ง (ป.6)

5. ผู้เรียนมีความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ ได้รางวัลเหรียญทอง รายการแข่งขันทักษะ หุ่นยนต์ทำมือ ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน มหกรรมวิชาการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 (13-15 สิงหาคม 2552) ได้แก่ เด็กชายธัชชัย  จินวงศ์, เด็กชายณัฐวุฒิ  ทองเนตร และเด็กชายศุภวิชญ์  มีคลัง (ป.6)ได้รางวัลเหรียญเงิน รายการแข่งขันทักษะ สิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน มหกรรมวิชาการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 (13-15 สิงหาคม 2552) ได้แก่ เด็กชายเสกสรรณ์  พรหมประสาท และเด็กชายนิวัฒน์  ทองเนตร (ป.3)

นอกจากผลกระทบที่เกิดกับเด็กแล้ว  ตัวครูเองสามารถพัฒนาตนเองจนสามารถทำวิจัยในชั้นเรียนเรื่องการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนได้ทุกคน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s