รูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา

พิทยา   สังขะเลขา
โรงเรียนบ้านนาโพธิ์ อำเภอนาบอน  จังหวัดนครศรีธรรมราช
E-mail: pit_2519@hotmail.com

1. ความเป็นมาและความสำคัญของโครงการ

๏ บริบทโรงเรียน
โรงเรียนบ้านนาโพธิ์เป็นโรงเรียนประถมศึกษา มีนักเรียนจำนวน69 คน ตั้งอยู่ในเขตชุมชนขนาดเล็ก มีองค์กรสำคัญในชุมชน ประกอบด้วย โรงเรียน วัดอำนวยสิทธิ์ สถานีอนามัยบ้านกองเสา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน มีครัวเรือนกว่า 200 ครัวเรือน ปัจจุบันชุมชนได้เริ่มขยายตัวตั้งบ้านเรือนเพิ่มมากขึ้น ขาดการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ปัญหาขยะจากบ้านเรือนไม่มีการจัดเก็บและกำจัดอย่างถูกวิธี บ้างก็กองไว้ข้างถนน บ้างก็ทิ้งในคู ทิ้งในพื้นที่การเกษตร ไม่มีการคัดแยกขยะ ไม่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ถูกสุขลักษณะ ชาวบ้านยังไม่เห็นความสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชน การดูแลและจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็น้อย ขาดความตระหนักในการใช้พลังงาน

  เช่น แต่ละบ้านมีรถหลายคัน ขับขี่เล่นบนท้องถนน มีเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น นักเรียนต้องนั่งรถมาโรงเรียนแม้ระยะทางสามารถเดินมาเองได้ ประชาชนมีพฤติกรรมบริโภคค่อยข้างฟุ่มเฟือย เนื่องจากเศรษฐกิจชุมชนดีเพราะราคายางพาราและปาล์มน้ำมันสูง แม้แต่ลูกจ้างทำสวนยางก็ยังมีรายได้ดีส่งผลให้อัตราการบริโภคสูง (ที่มา:ข้อมูลเยี่ยมบ้าน) นอกจากนี้บริเวณรอบนอกเป็นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมผลิตกระเบื้อง โรงงานยางรมควันที่มีการปล่อยน้ำเสียลงคูคลองของชุมชน ปล่อยกลิ่นเหม็น ทำให้สิ่งแวดล้อมของชุมชนไม่พึงประสงค์

เมื่อพิจารณาพฤติกรรมนักเรียนในด้านสิ่งแวดล้อมก็เห็นได้ว่ายังขาดความตระหนักอยู่มาก เช่น เมื่อกินขนมหมดก็ปล่อยถุงใส่ขนมลงบนพื้นทันที บริโภคอาหารขยะ ไม่ประหยัดน้ำ ไฟฟ้า ใช้สิ่งของเครื่องใช้ไม่คุ้มค่า  โรงเรียนได้ดำเนินโครงการพัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม โดยให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศในโรงเรียน ทำให้นักเรียนมีพฤติกรรมดีขึ้นบ้าง เช่น การกวาดขยะ การทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน และการดูแลรักษาพื้นที่ มีพฤติกรรมในการทิ้งขยะในถังขยะ การใช้แก้วรองรับน้ำก่อนใช้ เป็นต้น  แต่เมื่อพิจารณาโดยรวมยังไม่สามารถสร้างพฤติกรรมถาวรที่จะสามารถเป็นผู้ดูแลรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นได้ การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรก็ไม่สามารถที่สร้างความรู้ความเข้าใจแล้วให้นักเรียนนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้ จึงทำให้ครูยังจะต้องทำหน้าที่หนักในการพูด ตักเตือน กวดขันให้นักเรียนทำหน้าที่ ซึ่งไม่ได้เกิดจากจิตสำนึกของนักเรียน

ดังนั้น สรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้และกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนค่อนข้างมีปัญหา เพราะเนื้อหาที่สอนและกิจกรรมที่ทำในโรงเรียนแม้จะดีเพียงไร แต่เมื่อนักเรียนกลับไปสู่ชุมชนก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เคยชิน และเป็นไปแบบสะดวกสบายทำให้ไม่เกิดพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ถาวร และมีพฤติกรรมไม่คงทน

เป็นที่ทราบกันแล้วว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเราโดยตรงและใกล้ตัวเข้ามาทุกที  ทั้งปัญหาโลกร้อนและผลกระทบตามมาไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น โรคอุบัติใหม่ที่ร้ายแรงขึ้น ดังที่สนิท อักษรแก้ว(2551) ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้เสนอแนวคิดไว้ในวันสิ่งแวดล้อมโลกเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน2551 ว่าให้โรงเรียนทำหลักสูตรโลกร้อนป้องกันผลกระทบโดยด่วนเพื่อการรับมือกับปัญหาอย่างยั่งยืน โดยควรมีการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอุดมศึกษาเพื่อให้เกิดการเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาปัจจุบันมีการจัดทำสินค้าฉลากเขียว   รัฐบาลควรกำหนดว่าสินค้าใดต้องติดฉลากคาร์บอน ตัวฉลากจะบอกให้ผู้บริโภคทราบถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนการผลิต เพื่อผู้บริโภคจะได้ตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกใช้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (2547:3–4) เสนอแนวคิดที่จะพัฒนาโรงเรียนอย่างยั่งยืนว่า ต้องอาศัยการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมของหน่วยงานราชการ ครู นักเรียน และผู้ปกครอง โดยมีการตกลงร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและจัดทำแผนงานไว้อย่างชัดเจน และจะต้องทำให้นักเรียนมีความรู้อย่างเพียงพอ เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม มีเจตคติที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสามารถดำรงชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคบนพื้นฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน การสร้างสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่พยายามลดการใช้วัสดุ วัตถุต่างๆ ที่เป็นพิษต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงาน ใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรที่หมุนเวียนได้ รวมทั้งการใช้วัสดุรีไซเคิล สอดคล้องกับสุนีย์ มัลลิกะมาลย์(2543) ที่กล่าวว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะชุมชนจำเป็นต้องใช้กลไกทางการศึกษา โดยให้นักเรียนและครูเป็นผู้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมช่วยลดภาวะโลกร้อน และจากการที่กรมวิชาการ(2545:80) ศึกษาวิจัย เรื่อง สังเคราะห์สถานภาพการจัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้เสนอให้มีการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพ และควรจัดทำคู่มือเพื่อจัดอบรมและเสริมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่ครูผู้สอนเพื่อให้เกิดแนวคิดและทางเลือกที่หลากหลายในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัฒนาจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน

๏ ปัญหาและโอกาส
– ปัญหา
1. การจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักสูตรสถานศึกษาที่ผ่านมายังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์โดยรวมซึ่งประเมินโดย สพฐ. ชั้นป.3 ปีการศึกษา 2551 มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ44.17 และปี 2552 = 46.00 และ ชั้นป.6 ประเมินโดย สทศ. ปีการศึกษา2552 มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 53.00 และ ปี2552 = 36.90 จะเห็นได้ว่า โดยรวมคะแนนเฉลี่ยร้อยละยังต่ำกว่า 50.00 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่น่าพึงพอใจ ด้วยเพราะความพร้อมของผู้เรียนในโรงเรียนขนาดเล็กมีความพร้อมน้อยทั้งพื้นฐานความรู้ การดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง ครูมีจำนวนน้อยรับผิดชอบสอนหลายชั้นยากในการเตรียมการสอนให้ครอบคลุม และเมื่อพิจารณาในแง่คุณภาพผู้เรียนเชิงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็ยังคงเป็นปัญหาดังที่กล่าวไว้แล้ว
2.โรงเรียนยังไม่ได้บริหารจัดการปัญหาการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในให้เป็นระบบ และสร้างจุดเน้นจุดพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม
3.ผู้ปกครอง ชุมชน และท้องถิ่นขาดองค์ความรู้ ขาดความเข้าใจ ขาดความตระหนักและไม่ทราบผลกระทบอันเกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อม ขาดการจัดการความรู้อย่างถูกต้อง

– โอกาส
1.มีครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งจบการศึกษาวิชาเอกวิทยาศาสตร์
2.นักเรียนระดับประถมศึกษา มีพฤติกรรมที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่ยาก เป็นวัยที่เชื่อฟังครูและชอบการศึกษาค้นคว้า ชอบทำกิจกรรม
3.ชุมชนเชื่อมั่นในตัวผู้บริหารและให้ความร่วมมือโรงเรียนในการจัดกิจกรรม
4.โรงเรียนสามารถแสวงหานักวิชาการหรือบุคคลที่มีความชำนาญมาเป็นวิทยากร/ผู้ให้ความรู้ และให้คำแนะนำ

๏ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
-ผลของการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์โดยใช้วิธีออกแบบที่มีต่อการอนุรักษ์พลังงานและความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น (วุฒิพัฒน์ รักษ์สาคร: 2552)
-ผลการสอนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง ระบบนิเวศ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 (สมพิศ ทิพย์สุนา: 2551)
-การพัฒนาหลักสูตรสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นที่บูรณาการวิธีการสอนแบบเน้นกระบวนการสำหรับนักเรียนที่เรียนในกลุ่มคละระดับชั้น (อุไรวรรณ หาญวงค์: 2551)
-การปฏิบัติการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่4 (มะลิวรรณ พรมทอง: 2550)
-การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำหรับนักเรียนระดับช่วงชั้นที่2 (บำรุงศักดิ์ บูระสิทธิ์: 2548)

๏ สนใจทำวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา

วิเคราะห์ที่มาและความสำคัญ

กระแสวัตถุนิยมทำให้เกิดวัฒนธรรมบริโภคแบบฟ่มเฟือย  ไม่ตระหนักต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม และพลังงาน  โรงเรียนจึงสนใจจะพัฒนา “รูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตและสิ่งแวดล้อม” เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียน  โดยใช้แนวคิด “ความรู้และประสบการณ์ เปลี่ยนพฤติกรรม” 

ไม่แน่ใจว่า “ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม”  เพียงพอต่อการต้านกระแสวัตถุนิยม  ทำไมไม่เลือกใช้ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”          

รูปแบบการจัดการเรียนรู้  จะประกอบด้วยหลายขั้นตอน  อาจต้องแยกแยะออกมาเป็นขั้นตอนย่อย  ๆ ว่า จะวิจัยเพื่อพัฒนาอะไรบ้าง (ครู  วิธีการสอน  การจัดกิจกรรม  สื่อ เนื้อหา  แหล่งเรียนรู้  การจัดการ สิ่งแวดล้อม และอื่น ๆ)  สิ่งสำคัญที่สุด  คือ การพัฒนาผู้สอน  

โครงการผู้บริหารโรงเรียนทำวิจัย มีเป้าหมายให้โรงเรียน (ผอ.+ ครู) ทำวิจัยเชิงระบบ  ในการพัฒนาหรือปรับปรุงองค์ประกอบ(ปัจจัย)ที่เกี่ยวข้อง   เป็นการวิจัยเชิงระบบ   แต่คิดว่า “ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม” ยังไม่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหา “พฤติกรรมฟุ่มเฟือย” ของนักเรียนได้ทั้งหมด  นอกจากนี้โครงการผู้บริหารโรงเรียนทำวิจัยยังมีเป้าหมายให้นักเรียนเก่งวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์  ซึ่ง “สิ่งแวดล้อม” ก็สนับสนุนเรื่องวิทยาศาสตร์ อยู่เช่นกัน

การจัดการความรู้ (knowledge management) เป็นอีกเครื่องมือหนึ่ง  ที่ควรนำมาประยุกต์ใช้ในการวิจัยครั้งนี้  เพื่อเป็นการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง

2. วัตถุประสงค์
1.เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา
2.เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา
3.เพื่อเปรียบเทียบความรู้ การปฏิบัติ และเจตคติของนักเรียนด้านสิ่งแวดล้อมก่อนและหลังใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

วิเคราะห์วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ที่เสนอมานั้น  มีเพียงข้อเดียว คือ สร้างและพัฒนา รูปแบบการจัดการเรียนรู้ “ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม” 

วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 และ 3 เป็นวิธีการเก็บข้อมูลและแปลผลของวัตถุประสงค์ข้อที่ 1

ดังนั้นสิงที่ได้จากการวิจัย คือ วิธีการสร้าง และได้รูปแบบที่เหมาะสม  (ไม่แน่ใจว่าจะอธิบายความเหมาะสมอย่างไร  โดยการเปรียบเทียบกับรูปแบบอื่นหรือไม่) 

อาจต้องเพิ่มวัตถุประสงค์อีก เช่น วิธีการพัฒนาครู   วิธีการพัฒนาการบริหาร  หรือวิธีพัฒนาปัจจัยอื่น ๆ  เมื่อนำมาประกอบกันแล้ว  ทำให้ได้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ดี  ซึ่งมีหลายขั้นตอน

3. วิธีการวิจัย

กิจกรรมที่ 1 ศึกษาบริบทของชุมชนและสภาพปัจจุบันภายในโรงเรียน
1.1 สังเกต ตรวจสอบ สัมภาษณ์ประชาชนในชุมชนเกี่ยวกับสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
1.2 จัดประชุมผู้นำชุมชนเพื่อรับทราบความตระหนักและการรับรู้ด้านปัญหาสิ่งแวดล้อม
1.3 วิเคราะห์นโยบาย แผนงาน และกิจกรรมของโรงเรียนด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม
1.4 วัดเจตคตินักเรียนด้านสิ่งแวดล้อม และประเมินตนเองในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

กิจกรรมที่ 2 การสร้างรูปแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
2.1 ศึกษาวิธีการสอน วิธีการจัดกิจกรรม เทคนิควิธีการในการสอนเรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
กำหนดกรอบแนวคิดในการร่างรูปแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
2.2จัดประชุมสัมมนา ครู กรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ตัวแทนองค์กรชุมชน ตัวแทน
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อระดมแนวคิดในการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชนและการ
จัดการเรียนรู้ในโรงเรียน โดยเชิญผู้ชำนาญการ/เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นวิทยากร/ผู้
ดำเนินรายการ
2.3 ร่างรูปแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม(อาจอยู่ในรูปของคู่มือการ
จัดกิจกรรม หรือ ชุดกิจกรรม ที่เน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การปฏิบัติ การฝึก โดย
อาศัยการจัดกิจกรรมร่วมระหว่าง ครู ผู้ปกครอง นักเรียน และตัวแทนชุมชน)
2.4 เสนอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ให้ความเห็น/เสนอแนะ
2.5 ปรับปรุงแก้ไข

กิจกรรมที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
3.1 Pretest ทดสอบวัดความรู้ ประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติ และวัดเจตคติด้านสิ่งแวดล้อม
กับกลุ่มตัวอย่าง
3.2 ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
3.3 Posttest ทดสอบวัดความรู้ ประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติ และวัดเจตคติด้านสิ่งแวดล้อมกับกลุ่มตัวอย่าง

กิจกรรมที่4 ประเมินผลการใช้
4.1 ประเมินผลการใช้โดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
4.2 ประเมินผลกระทบสู่ชุมชนจากการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
4.2 ประชุมสรุปผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
4.3 เขียนรายงาน

วิเคราะห์วิธีวิจัย

ประเด็น “สิ่งแวดล้อม” อย่างเดียว คงไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้  น่าจะเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น “การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสาระวิทยาศาสตร์” จะดีกว่าหรือไม่  หรือ “การจัดการความรู้เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เรียน”  ในการพัฒนาให้ผู้เรียน

“การจัดการเรียนการสอน” + “วิทยาศาสตร์ (ความรู้)” + “กระบวนการปัญญา” –> เกิดการเรียนรู้  + เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม   โดยใช้การจัดการความรู้ เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการเรียนการสอน และปรับปรุงองค์ประกอบต่าง ๆ  โดยให้ครูทุกคนทำวิจัยย่อย 1 เรื่อง เพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งของผลงานวิจัยนี้   

อาจแบ่งการวิจัยเป็นกิจกรรมย่อย  1.ศึกษาสภาพการจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันและสภาพบริบทของชุมชน (เพื่อวิเคราะห์ SWOT ของโรงเรียน และทำความเข้าใจปัญหา ) 2. ศึกษการพัฒนาผุ้สอน   3. ศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4 ศึกษาการสร้างกลุ่มการจัดการความรู้ หรือการมีส่วนร่มในการพัฒนา

ผลที่ได้รับ คือ 1.ได้ทราบปัญหาและแนวทางแก้ปัญหา 2.ได้วิธีที่เหมาะสมในการพัฒนาผู้สอน  3. ได้รูปแบบการจัดการเรียนการสอน และ 4.ได้วิธีจัดการความรู้หรือวิธีพัฒนา   ซึ่งจะทำให้เราได้ความรู้มาหลายเรื่อง แต่ละเรื่องมีข้อมูลและปรากฏการณ์มาอธิบาย  สุดท้ายทำให้โรงเรียนพัฒนาไปสู่คุณภาพที่ต้องการ คือ ลูกศิษย์เก่งวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

เพิ่มการอธิบายในรายละเอียดในแต่ละกิจกรรม  ว่าจะทำอะไรบ้าง ทำอย่างไร เก็บข้อมูลอะไรมาอธิบาย  

4.แผนการดำเนินการวิจัย (Gantt chart)

เดือนที่ 1-3 ศึกษาบริบทของชุมชนและสภาพปัจจุบันภายในโรงเรียน
เดือนที่ 3-5 การสร้างรูปแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
เดือนที่ 6-12 ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
เดือนที่ 12 ประเมินผลการใช้

วิเคราะห์แผนการดำเนินการวิจัย

แนะนำให้แก้ไขตามกิจกรรมที่เปลี่ยนไป

5. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

เดือนที่ 1-3
1.ข้อมูลสารสนเทศสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นกับชุมชน 

2.ความตระหนักและการรับรู้ด้านปัญหาสิ่งแวดล้อมของนักเรียนและผู้นำชุมชน
3.สภาพการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน    
4.กรอบแนวคิดในการร่างรูปแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 

เดือนที่ 4-6
1.แนวคิดในการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชนและภายในโรงเรียน
2.ร่างรูปแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
3.ผลการพิจารณารูปแบบกิจกรรมจากผู้ทรงคุณวุฒิ
4.คะแนน Pretest ทดสอบวัดความรู้ ประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติ และวัดเจตคติด้านสิ่งแวดล้อม

เดือนที่ 7-9 รายงานผลระหว่างการจัดกิจกรรม

เดือนที่ 10-12
1.คะแนน Posttest ทดสอบวัดความรู้ ประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติ และวัดเจตคติด้านสิ่งแวดล้อม
2.ผลการประเมินจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และผลกระทบจากกิจกรรมสุ่ชุมชน
3.รายงานการวิจัย

วิเคราะห์ผลที่คาดว่าจะได้รับ


6. งบประมาณ

ไม่เกิน 60,000 บาท

เอกสารอ้างอิง

1.http://www.thaiedresearch.org/thaied/index.
2.สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. 2548. การประชุมทางวิชาการ การวิจัยทางการศึกษาครั้งที่11. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์และทำปกเจริญผล
3.สนิท อักษรแก้ว. 2551. “ถึงเวลาที่เมืองไทยจะต้องก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” (ออนไลน์) สืบค้นจาก: http://www.whyworldhot.com/
4.กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม. 2547 แนวทางการพัฒนาโรงเรียนยั่งยืน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ร้าน ส.ไพบูลย์การพิมพ์.
5.สุนีย์ มัลลิกะมาลย์. 2543. การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะชุมชน. รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (ออนไลน์). สืบค้นจาก:  http://amethyst.mtec.or.th/
6.กรมวิชาการ. 2545. รายงานการวิจัย เรื่อง สังเคราะห์สถานภาพการจัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

สรุป

ข้อเสนอโครงการน่าสนใจ   แนะนำให้ปรับแก้อีกครั้ง โดยใช้ข้อคิดเห็นข้างต้น  เพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น และเหมาะสมเป็นงานวิจัยเชิงระบบ ที่แก้ปัญหาหลายองค์ประกอบ  

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s