ข้อเสนอโครงการ_ปี 53_14_Yongyuth

ชื่อเรื่อง  การพัฒนาการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่  4, 5 และ 6 โดยใช้แบบฝึกทักษะ

วิเคราะห์ :
คำสำคัญของเรื่องนี้ คือ คณิตศาสตร์  กับ แบบฝึกหัด     ผลที่ได้จากการวิจัย คือ นักเรียนเก่งคณิตศาสตร์ (แก้ปัญหาโจทย์ได้)
ความรู้ที่ต้องใช้ เช่น ทฤษฎีการเรียนรู้กับสมอง   ที่มีการจัดกิจกรรมกระตุ้นการทำงานของสมอง อาทิ การเล่นดนตรี หรือ อื่น ๆ
การใช้แบบฝึกทักษะ เป็นการวิจัยประเด็นเล็ก ๆ ที่เป็นส่วนย่อยของปัจจัยในการทำให้นักเรียนเก่งคณิตศาสตร์

ผู้วิจัย : ยงยุทธ  ศรีสุขใส   วิริณทร  ลำดับพังค์  และสุภาวดี  เพ่งพินิจ
โรงเรียนวัดท่ายาง
เลขที่ 1 หมู่ที่ 2 ถนนทุ่งใหญ่-พระแสง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช 80240
E-mail : lam_wirin@thaimail.com

1.  ความเป็นมาและความสำคัญของโครงการ

โรงเรียนวัดท่ายาง จัดการศึกษาให้นักเรียนทุกคนมีคุณธรรมนำความรู้ อยู่อย่างพอเพียง เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลในทุกด้าน ตระหนักถึงคุณค่า  รัก หวงแหน ภาคภูมิใจในภูมิปัญญาและท้องถิ่นของตน  ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก    มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ  การดำรงชีวิตประจำวัน  การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ
โรงเรียนวัดท่ายาง เปิดสอนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา   ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีบุคลากรที่ปฏิบัติงานจริงในโรงเรียน จำนวน 47 คน เป็นผู้บริหาร 3  คน  ครูประจำการ 33 คน พนักงานราชการ5 คน ครูอัตราจ้าง 1 คน ลูกจ้างชั่วคราว(เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ และครูผู้สอนคอมพิวเตอร์ ) 2  คน พนักงานบริการ 1 คนและครูไปช่วยราชการ 1 คน จำนวนนักเรียนในเขตบริการทั้งหมด 657 คน นักเรียนนอกเขตบริการ 215 คนรวมทั้งสิ้น 872 คน
โอกาสของโรงเรียน คือ  มีบุคลากรในพื้นที่  ผู้ปกครองและชุมชนให้ความร่วมมือ   ชุมชนที่มีแหล่งเรียนรู้ และภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างหลากหลาย  วัดให้การสนับสนุน  โรงเรียนเป็นโรงเรียนต้นแบบและเป็นแกนนำในหลาย ๆ ด้าน ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2
ข้อจำกัดของโรงเรียน คือ มีพื้นที่น้อยไม่มีสนามกีฬา  แต่มีนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี  กลุ่มสาระการเรียนรู้บางกลุ่มสาระไม่สามารถที่จะดำเนินกิจกรรมได้ เช่น การงานอาชีพและเทคโนโลยี สุขศึกษาและพลศึกษา และสนามสำหรับนักเรียนทำกิจกรรมอย่างเพียงพอ โรงอาหารคับแคบ  โรงเรียนอยู่ในที่ลุ่ม เมื่อฝนตกน้ำจะท่วมขังได้ง่าย
คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดและศักยภาพของบุคลากรในด้านความมีเหตุผล  ความมีระบบและเป็นระเบียบ  มีแบบแผน  สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วน  รอบคอบ  ทำให้คาดการณ์สถานการณ์  วางแผน  ตัดสินใจ  และแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  และเป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตลอดจนศาสตร์อื่น  ๆ  ที่เกี่ยวข้อง  คณิตศาสตร์เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ  ประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้านั้น  ผู้เรียนจะมีศักยภาพและขีดความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในระดับสูง
จากการทดสอบคณิตศาสตร์ในระดับชาติ  ปีการศึกษา  2551-2552 ปรากฏว่า  มีแนวโน้มต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ด้านการแก้โจทย์ปัญหาของนักเรียนชั้นปีที่  6  (ม.1  ปีการศึกษา  2553)  นักเรียนได้ระดับคะแนนเฉลี่ยร้อยละ  11.64  ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง  ศิริพร  พิกุลหอม (………..)  ได้สร้างและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์   ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  พบว่า ……………………………………
สมบัติ แซ่ติ้ว (…………….) ได้พัฒนาแบบทดสอบวินิจฉัยวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยยึดทฤษฎีตอบสนองข้อสอบ (ITEM RESPONSE THEORY : IRT) พบว่า …………………………………………………………
สมบัติ โพธิ์ทอง (………….) ได้พัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์สูง โดยใช้เมตาคอคนิชัน พบว่า………………………………………………

ผู้วิจัยได้สำรวจการใช้สื่อและแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ในระดับชั้น  ป.4,  5  และ  6  พบว่า  สื่อและแบบฝึกทักษะแก้โจทย์ปัญหามีน้อย จากการสังเกตพฤติกรรม และ สัมภาษณ์นักเรียนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น  พบว่า  ส่วนมากให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดจากในหนังสือเรียน  ซึ่งหนังสือเรียนที่มีอยู่มีสภาพไม่ครบสมบูรณ์  ไม่มีภาพประกอบ
ครูไม่สามารถจัดทำสื่อ  แบบฝึกทักษะต่าง ๆ  เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้  เนื่องจากไม่มีความรู้  ความเข้าใจในการจัดทำ  รวมทั้งไม่มีเวลาในการจัดทำ
นักเรียนบางคนอ่านหนังสือไม่คล่อง  ไม่ชอบอ่าน  ไม่ชอบคิด  เมื่อพบโจทย์ปัญหาที่ซับซ้อน  จึงรู้สึกยุ่งยาก  ไม่ชอบคณิตศาสตร์  ทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์โจทย์ปัญหา  และแสดงวิธีทำหาคำตอบได้
จากปัญหาที่กล่าวข้างต้นจะเห็นว่า  เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข  พัฒนาทั้งด้านความรู้  ความเข้าใจ  เจตคติและทักษะการอ่าน  การคิดวิเคราะห์  เพื่อจะได้แก้โจทย์ปัญหาให้ดีขึ้น  เพราะถ้านักเรียนขาดทักษะการอ่าน  การคิด  ย่อมเป็นการยากแก่การพัฒนาประเทศ
จากสาเหตุต่าง  ๆ  ทำให้ครูไม่สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ให้เป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตรได้  ที่ผ่านมาผู้วิจัยได้เข้าอบรมจากหน่วยงานต่าง  ๆ  แต่ไม่เป็นระบบต่อเนื่อง  ยากแก่การนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้  และได้พยายามศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต  งานวิจัยต่าง  ๆ  และพบว่า  วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่เป็นนามธรรม  เข้าใจยาก  จำเป็นต้องมีการฝึกทักษะมาก  อย่างต่อเนื่อง  รูปแบบที่สะดวกต่อการใช้  การจัดทำ  เป็นสื่อในการเสริมสร้างการเรียนรู้ของนักเรียนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น  คือ แบบฝึกทักษะ จึงได้จัดทำวิจัยการพัฒนาการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์  ชั้น  ป.4,  5  และ  6    โดยใช้แบบฝึกทักษะ

2.  วัตถุประสงค์
1.  เพื่อจัดทำแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์  ชั้น  ป.4,  5  และ  6
2.  เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์  ชั้น  ป.4,  5  และ  6  ที่จัดทำขึ้นให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80
3.  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียนชั้น  ป.4,  5  และ  6  ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์

วิเคราะห์ :
วัตถุประสงค์มีข้อเดียว คือ การพัฒนาแบบฝึกหัดทักษะ   วัตถุประสงค์ข้ออื่น เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลผลการใช้แบบฝึกหัดทักษะ
ได้เห็นนวัตกรรมของโรงเรียนบ้านควนเนียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา เขาใช้การจัดการความรู้ (KM) สกัดวิธีการสอนดี ๆ จากครู แล้วนำไปใช้อย่างได้ผล ทำให้ไม่มีปัญหาด้านคณิตศาสตร์เลย
วัตถุประสงค์ คือ คำถาม หรือเป้าหมาย ของการวิจัยครั้งนี้   ดังนั้นคำถามของการวิจัยนี้มีข้อเดียว คือ พัฒนาแบบฝึกหัดทักษะอย่างไร

3.  วิธีวิจัย

สมมติฐานการวิจัย
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียนหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สูงกว่าก่อนเรียน

แนะนำ สมมุติฐานไม่ท้าทาย

ขอบเขตของการวิจัย
ประชากร  ได้แก่  นักเรียนชั้น  ป.4,  5  และ  6  โรงเรียนวัดท่ายาง  อ.ทุ่งใหญ่  จ.นครศรีธรรมราช  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช  เขต  2  ปีการศึกษา  2553  จำนวน  9  ห้องเรียน  จำนวนนักเรียน  321  คน
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่  นักเรียนชั้นป.4, 5  และ  6  โรงเรียนวัดท่ายาง  อ.ทุ่งใหญ่  จ.นครศรีธรรมราช  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช  เขต  2  ปีการศึกษา  2553  จำนวน  3  ห้องเรียน  จำนวนนักเรียน  105  คน  ได้มาจากการสุ่มแบบจำเพาะเจาะจง

เนื้อหา
การแก้โจทย์ปัญหาการบวก  การลบ  การคูณ  การหาร  ในเรื่องจำนวนนับ  เศษส่วน  ทศนิยม  ร้อยละ  การหาพื้นที่และปริมาตรของรูปสี่เหลี่ยม

สถิติที่ใช้
ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ตรวจสอบเครื่องมือโดยหาค่าความตรง  ความยากง่าย  อำนาจจำแนก  ค่าความเชื่อมั่น  หาประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80
ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย
1.  ศึกษา  หลักการแนวคิด  ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง  ด้วยตนเอง  และเชิญวิทยากร  ผู้ที่มีความชำนาญในเรื่องนี้มาให้ความรู้
2.  จัดทำแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์
3.  จัดทำเครื่องมือวิจัย  เช่น  แบบทดสอบ  แบบสำรวจ  แบบสังเกต
4.  ปรับปรุงแบบฝึกทักษะและเครื่องมือวิจัย
5.  ทดลองใช้
6.  วิเคราะห์ผล
7.  เขียนรายงาน
8.  เผยแพร่ผลงาน

วิเคราะห์ :
วิธีการวิจัย หรือการดำเนินการวิจัย  เป็นการบอกให้ทราบว่า ทำอะไร ทำอย่างไร  ได้ข้อมูลอะไรมาอธิบายผลที่เกิดขึ้น ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร
ที่เขียนมาเป็นวิธีการทำงาน ไม่ใช้วิธีการวิจัย

4.  แผนการดำเนินการวิจัย

5. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
เดือนที่ 3  ครูผู้สอนคณิตศาสตร์ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจ  สามารถทำแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาได้
เดือนที่ 6   มีแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ชั้น  ป.4,  5  และ  6  จำนวน  105  เล่ม และเครื่องมือวิจัย
เดือนที่ 12 นักเรียนชั้น  ป.4,  5  และ  6  ทดลองใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา

แนะนำ :
การเขียนผลที่คาดว่าจะได้รับ ควรเขียนว่า ได้อะไร (ที่วัดได้)  ไม่ใช่ได้ทำอะไร  เช่น  ได้รูปแบบการสอนคณิตศาสตร์

6.  งบประมาณ

เอกสารอ้างอิง
isc.ru.ac.th/data/ED0004420.doc
school.obec.go.th/math_sup/bogprong.htm
db.onec.go.th/thaied/index.php?…
www.withayajarn.com/?p=204
http://www.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000001470

แนะนำ :
การอ้างอิง ควรจะเขียนให้เห็น ชื่อเจ้าของผลงาน ปีที่เขียน  ชื่อเรื่อง  สำนักพิมพ์….  เพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงบทความได้ง่าย

สรุป :
ชื่อเรื่องการวิจัยอาจเปลี่ยนเป็น “การจัดการความรู้เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ของชั้นประถมศึกษา”
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนคณิตศาสตร์และสภาพปัจจุบันของโรงเรียน
2. เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนการสอนโดยการจัดการความรู้
3. เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการเรียนการสอนคณิตศาสตร์กับโรงเรียนแกนนำหรือโรงเรียนต้นแบบสอนคณิตศาสตร์
4. เพื่อศึกษาผลของการใช้กระบวนการเรียนการสอนแบบใหม่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s