ข้อเสนอโครงการ_ปี 53_13_Thongchai

ข้อเสนอโครงการเรื่อง  การบูรณาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  เพื่อยกระดับการเรียนการสอน

วิเคราะห์ชื่อเรื่อง :
คำสำคัญ คือ การบูรณาการ  กับ ICT  ซึ่งเป็นปัจจัยป้อนเข้า   ผลที่เกิดขึ้น คือ การเรียนการสอนดีขึ้น ( ครูเก่ง ICT  นักเรียนเก่ง ICT  มีสื่อและวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพ

ทรงชัย  วิทยะพงศ์  และกชมล   เดิมคลัง
โรงเรียนวัดท่ายาง
เลขที่ 1 หมู่ที่ 2 ถนนทุ่งใหญ่-พระแสง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช 80240

1.  ความเป็นมาและความสำคัญของโครงการ

โรงเรียนวัดท่ายาง จัดการศึกษาให้นักเรียนทุกคนมีคุณธรรมนำความรู้ อยู่อย่างพอเพียง เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลในทุกด้าน ตระหนักถึงคุณค่า  รัก หวงแหน ภาคภูมิใจในภูมิปัญญาและท้องถิ่นของตน  ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก    มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ  การดำรงชีวิตประจำวัน  การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ
โรงเรียนวัดท่ายาง เปิดสอนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา   ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีบุคลากรที่ปฏิบัติงานจริงในโรงเรียน จำนวน 47 คน เป็นผู้บริหาร 3  คน  ครูประจำการ 33 คน พนักงานราชการ5 คน ครูอัตราจ้าง 1 คน ลูกจ้างชั่วคราว(เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ และครูผู้สอนคอมพิวเตอร์ ) 2  คน พนักงานบริการ 1 คนและครูไปช่วยราชการ 1 คน จำนวนนักเรียนในเขตบริการทั้งหมด 657 คน นักเรียนนอกเขตบริการ 215 คนรวมทั้งสิ้น 872 คน
โอกาสของโรงเรียน คือ  มีบุคลากรในพื้นที่  ผู้ปกครองและชุมชนให้ความร่วมมือ   ชุมชนที่มีแหล่งเรียนรู้ และภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างหลากหลาย  วัดให้การสนับสนุน  โรงเรียนเป็นโรงเรียนต้นแบบและเป็นแกนนำในหลาย ๆ ด้าน ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2
ข้อจำกัดของโรงเรียน คือ มีพื้นที่น้อยไม่มีสนามกีฬา  แต่มีนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี  กลุ่มสาระการเรียนรู้บางกลุ่มสาระไม่สามารถที่จะดำเนินกิจกรรมได้ เช่น การงานอาชีพและเทคโนโลยี สุขศึกษาและพลศึกษา และสนามสำหรับนักเรียนทำกิจกรรมอย่างเพียงพอ โรงอาหารคับแคบ  โรงเรียนอยู่ในที่ลุ่ม เมื่อฝนตกน้ำจะท่วมขังได้ง่าย
กลไกหลักสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน คือ ครูต้องมีคุณภาพ มีคุณลักษณะในการแสวงหาความรู้  มีวิสัยทัศน์ และพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง
จากการสังเกตและสำรวจสภาพการจัดการเรียนการสอน ซึ่งมีผู้บริหารและครูจำนวนทั้งหมด  48  คน  ปรากฏว่า มีครูจำนวนร้อยละ 80  ที่ขาดความรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับนักเรียน จึงสนใจทำวิจัยเรื่อง บูรณาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  เพื่อยกระดับการเรียนการสอน

วิเคราะห์ความสำคัญ :
การให้ครูมีความรู้ด้าน ICT เป็นเรื่องของการบริหาร  และเป็นงานเชิงพัฒนาที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการวิจัย เพราะการวิจัยเพื่อดูความสัมพันธ์หรือปรากฎการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป หลังจากปรับปรุงปัจจัยบางตัว
กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ให้ความช่วยเหลือฝึกอบรมครูอยู่เป็นระยะ ๆ  ปัญหาที่ไม่ได้ผล คือครูไม่มีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว
การจะใช้ ICT จำเป็นต้องพัฒนาบุคลากร ซึ่งไม่ต้องใช้การวิจัย  การวิจัยเรื่องใด ๆ จะเริ่มได้ก็ต่อเมื่อมีความพร้อมของบุคลากรก่อน
การจะทำวิจัยครั้งนี้ คงต้องให้ ICT เป็นเรื่องรอง หรือกิจกรรมย่อยในโครงการ

2.  วัตถุประสงค์
1.   เพื่อพัฒนาศักยภาพครูให้มีความรู้ และทักษะในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียน
2. เพื่อพัฒนาศักยภาพครูให้มีความรู้และทักษะในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเป็นเครื่องมือให้นักเรียนเรียนรู้ หรือเกิดองค์ความรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ  ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
3.  เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นเครื่องมือการเรียนรู้  หรือเกิดองค์ความรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างแท้จริง)

วิเคราะห์วัตถุประสงค์ :
วัตถุประสงค์ คือ คำถามของการวิจัย หรือเป้าหมาย   ที่เขียนมามี 2 วัตถุประสงค์ คือ พัฒนาครู และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน
คำถาม คือ พัฒนาครูอย่างไร   และพัฒนากระบวนการเรียนรู้อย่างไร   ที่ส่งผลต่อศักยภาพของผู้เรียน (คะแนนสูงขึ้น  รอบรู้มากขึ้น  วิธีคิดดีขึ้น)

3.  วิธีการวิจัย

กิจกรรม  1 . พัฒนาครูด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.1.  การใช้โปรแกรม  Macromedia  Flash
1.2.  การใช้โปรแกรม  e-book
1.3   การใช้   Weblog  บนเครือข่ายสร้างสื่อ/นวัตกรรมโดยใช้โปรแกรม  e-book
อินเตอร์เน็ต

กิจกรรม    2. ครูจัดทำ/จัดหาสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน
2.1   สร้างสื่อ/นวัตกรรมโดยใช้โปรแกรม  Macromedia  Flash
2.2   สร้างสื่อ/นวัตกรรมโดยใช้โปรแกรม  e-book
2.3   สร้างสื่อ/นวัตกรรมโดยใช้โปรแกรม  Weblog

กิจกรรมที่ 3 ครูใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน
3.1   นำสื่อ/นวัตกรรมที่ทำจากโปรแกรม  Macromedia  Flash  ใช้ในห้องเรียน
3.2   นำสื่อ/นวัตกรรมที่ทำจากโปรแกรม e-book ใช้ในห้องเรียน
3.3   นำสื่อ/นวัตกรรมที่ทำโดย Weblog  ใช้ในห้องเรียน หรือนำเสนอเพื่อตรวจ                                ผลงาน

กิจกรรมที่ 4 เก็บข้อมูลการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน/วิเคราะห์ผล
4.1   สร้างเครื่องมือ  เช่น   แบบสอบถาม   ส่ง E-mail   การแสดงความคิดเห็นโดยผ่าน  Weblog   ครูผู้สอน
4.2    การหาคุณภาพเครื่องมือ
4.3    การเก็บรวบรวมข้อมูล
4.4    การวิเคราะห์ข้อมูล

กิจกรรมที่ 5  เขียนรายงานการวิจัย
กิจกรรมที่ 6 เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศวิพากษ์สื่อและงานวิจัย
กิจกรรมที่ 7 เผยแพร่งานวิจัยอย่างหลากหลาย

วิเคราะห์วิธีวิจัย :
กิจกรรมที่ 1, 2, 3 ไม่ใช่การวิจัย  เป็นการฝึกอบรมและลองทำ  ดูไม่ออกว่าจะศึกษาความสัมพันธ์อะไร  หลักของการเขียนกิจกรรมวิจัย คือ รู้ว่าจะทำอะไร และจะได้อะไร  และได้ข้อมูลมาอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งที่ทำ กับ สิ่งที่ได้ เพื่อยกระดับเป็นความรู้  เช่น เราใช้วิธีสอนต่าง ๆ แล้วได้ข้อมูลการเรียนรู้ของผู้เรียน นำมาหาความสัมพันธ์และสรุปได้ว่า วิธีการสอนใด ดีที่สุด
กิจกรรรมที่ 3 เป็นวิจัย เพราะผู้วิจัยจะใช้ข้อมูลผลการใช้ ICT  จากความเห็นของครู และผู้เรียน ซึ่งจะได้ความรู้มีเรื่องหนึ่ง
การวิจัยอย่างง่าย เริ่มด้วยเราอยากจะทราบความสัมพันธ์อะไร ที่ไม่สามารถมองด้วยสายตาปกติ  แต่ต้องใช้ข้อมูลหลาย ๆ ด้านมาอธิบาย  หากมองเห็นผลได้เลยก็ไม่ต้องทำวิจัย

อ่านวิธีการวิจัยแล้ว รู้สึกเป็นความคิดของครูคนเดียว ที่มีเป้าหมายเฉพาะ ICT  แต่ ICT เป็นเพียงปัจจัยเสริมของกระบวนการเรียนรู้ที่ดี
ยังไม่เห็นการเชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์  ซึ่งเป็นเป้าหมายของโครงการผู้บริหารโรงเรียนทำวิจัย
แนะนำให้ปรับปรุงข้อเสนอโครงการ จากการระดมความคิดเห็นของครูทั้งโรงเรียน หรือในสาระที่เกี่ยวข้อง และให้การทำวิจัยครอบคลุมหลายประเด็น ของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ที่สำคัญคือ ครูแต่ละคนได้ผลงานวิจัยคนละเรื่อง

4. แผนการดำเนินการวิจัย
5.  ผลที่คาดว่าจะได้รับ
เดือนที่ 1 – 5 ครูได้รับการพัฒนาศักยภาพ ความรู้ และทักษะในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
เดือนที่ 6 – 10 ครูมีสื่อ/นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ นักเรียนได้เรียนรู้จากสื่อ/นวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
เดือนที่ 10-12 ครูและนักเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพในการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

แนะนำ การเขียนผลที่คาดว่าจะได้ ให้เขียนว่าได้อะไรที่วัดได้  ไม่ใช้ได้ทำอะไร

6. งบประมาณ

แนะนำ   ขาดเอกสารอ้างอิง  แสดงว่า ยังไม่ได้ต่อยอดความคิด หรือต่อยอดผลการวิจัยของคนอื่น

นำไปรวมกับโครงการ “การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s