ข้อเสนอโครงการ_ปี53_15_Sumalee

ข้อเสนอโครงการเรื่อง  การพัฒนานิสัยรักการอ่าน โดยกระบวนการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4- 6

วิเคราะห์ :
คำสำคัญ  พัฒนาการอ่าน  การจัดการความรู้    และทักษะการแก้โจทย์คณิตศาสตร์
ปัจจัยป้อนเข้า คือ การจัดการความรู้    ผลก็คือ อ่านเป็น  และสิ่งที่เป็นผลตามมาคือ เก่งคณิตศาสตร์
การอ่านและการตีความหมาย เป็นส่วนหนึ่งของความสามารถด้านคณิตศาสตร์
ดังนั้น จำเป็นต้องสืบค้น หรือไปดูผู้อื่น ว่าหากต้องการให้เด็กเก่งคณิตศาสตร์ จะต้องทำอย่างไร

สุมาลี  ศรีสุขใส
หน่วยงาน โรงเรียนบ้านบางตะเภา
ที่อยู่ 1 หมู่ที่ 1 ถนนทุ่งใหญ่-เขาพนม ตำบลท่ายาง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช 80240
โทรศัพท์ /โทรสาร 07545-0055 E-mail sumalee00@hotmail.com

1.  ความเป็นมาและความสำคัญของโครงการ
การอ่านเป็นความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่างผู้คนกับข้อมูลเชิงสัญลักษณ์  หรืออีกความหมายหนึ่งว่า การอ่าน คือการแปลสัญลักษณ์ตัวเขียนหรือ ตัวพิมพ์ให้มีความหมายออกมา
ปัจจุบันคนไทยยังมีนิสัยยังขาดนิสัยรักการอ่าน  และไม่รู้จักใช้การอ่านเพื่อพัฒนาจิตใจของตนเอง  ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาประเทศล่าช้าและขาดดุลยภาพของการพัฒนาในแต่ละกลุ่มแต่ละสังคม ทั้งนี้เป็นเพราะปัจจัยหลาย ๆ ด้าน เช่นสภาพทางเศรษฐกิจ หนังสือราคาแพง ไม่มีหนังสืออ่าน ไม่เห็นประโยชน์ในการอ่าน สนใจสื่ออื่นมากกว่าหนังสือ สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการอ่านเป็นต้น (กรมวิชาการ , 2544:1)  สมพงษ์  จิตระดับ สุอังคะวาทิน (2550:6) ได้สำรวจข้อมูลเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 80,000 คน คิดเป็นร้อยละ 12 จากเด็กทั่วประเทศ 6.3 แสนคน ไม่สามารถอ่านคำศัพท์พื้นฐาน 3,000 คำ ผ่านข้อสอบการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ ( Nation Test) บางพื้นที่มีสถิติสูงร้อยละ 25 โดยเฉพาะในเขตภาคใต้ และภาคเหนือ ที่มีความแตกต่างทางชาติพันธุ์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม นอกจาก นักเรียน 60,000 คน ที่กำลังเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ยังอ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ ไม่สนใจเรียนภาษาไทย
โรงเรียนบ้านบางตะเภา  เป็นโรงเรียนขยายโอกาส  มีบุคลากรที่ปฏิบัติงานจริงในโรงเรียน จำนวน 31  คน เป็นผู้บริหาร  2  คน
ครูประจำการ 25 คน พนักงานราชการ 2 คน ครูอัตราจ้าง  1  คน ลูกจ้างชั่วคราว (ครูวิทยากรผู้สอนคอมพิวเตอร์ ) 1  คน พนักงานบริการ 1 คนและครูไปช่วยราชการ 1 คน จำนวนนักเรียนปีการศึกษา2553  จำนวน 510 คน
โรงเรียน มีบุคลากรส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ ผู้ปกครองและชุมชนให้ความร่วมมือ  ชุมชนมีแหล่งเรียนรู้ และภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างหลากหลาย  โรงเรียนได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนห้องสมุด 3 ดี เจ้าหน้าที่ห้องสมุดมีความรู้เกี่ยวกับห้องสมุดและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน  ได้รับจัดสรรห้องคอมพิวเตอร์จากโครงการไทยเข้มแข็ง 1 ห้อง มีเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับเด็ก 20 เครื่อง สำหรับครูผู้สอน 2 เครื่อง รวม 22 เครื่อง  และมีระบบอินเทอร์เน็ตโรงเรียน โดยใช้ระบบ  IPSTAR
ข้อจำกัดของโรงเรียน คือ  นักเรียนมีจำนวนมาก แต่มีห้องสมุดขนาดเล็กมาก ยากต่อการจัดกิจกรรมห้องสมุด หนังสือมีน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการ  สำหรับคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนานิสัยรักการอ่าน  ยังมีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมน้อย  ขาดงบประมาณในการดำเนินงานโครงการ รวมทั้งจากการสำรวจสถิติการอ่านหนังสือจากห้องสมุด ปีการศึกษา 2552 นักเรียนใช้ห้องสมุดร้อยละ 50 ซึ่งถือว่ายังอยู่ในขั้นต่ำ อีกทั้งนักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านยังมีอยู่จำนวนมาก
จากปัญหาดังกล่าวทางโรงเรียน จึงได้จัดทำโครงการพัฒนานิสัยรักการอ่าน เพื่อเป็นการส่งเสริมเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน เพื่อแก้ปัญหาด้านการอ่าน  ซึ่งเป็นเครื่องมือในการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ และใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพต่อไป โดยจะทำวิจัยเรื่อง  การพัฒนานิสัยรักการอ่าน โดยกระบวนการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6

2.  วัตถุประสงค์
1.  เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัจจัย
2.  เพื่อพัฒนาวิธีการสอน
3.  เพื่อพัฒนาสื่อและแหล่งเรียนรู้
4.  เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์
5.  เพื่อพัฒนานิสัยรักการอ่านของนักเรียน
6.  เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

วิเคราะห์ :
วัตถุประสงค์ข้อ 5 และ ข้อ 6  เป็นผลจากการทำกิจกรรม

3.  วิธีการวิจัย
กิจกรรมที่ 1  ศึกษาสภาพปัจจุบันและปัจจัยการเรียนคณิตศาสตร์
รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิในโรงเรียน โดยการสำรวจ และสอบถาม  นำมาสรุปปัจจัย

กิจกรรมที่  2  พัฒนาวิธีการสอน
เลือกวิธีการสอนและทดลอง   เก็บข้อมูลและสรุป

กิจกรรมที่ 3  พัฒนาสื่อ
เลือกสื่อและแหล่งเรียนรู้   ทดลอง และสรุป

กิจกรรมที่  4  การพัฒนากระบวนการเรียนรู้
ออกแบบกระบวนการสอน  ทดสอบผล  ทดลองใช้ทั้งชั้นเรียน

กิจกรรมที่ 5 เขียนรายงานการวิจัย เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดกิจกรรมพัฒนานิสัยรัก
การอ่าน วิพากษ์กิจกรรมและงานวิจัย
กิจกรรมที่  6 เผยแพร่งานวิจัยอย่างหลากหลาย

แนะนำ :
ในการวิจัยครั้งนี้ เข้าใจว่า จะใช้การจัดการความรู้ในการพัฒนาการอ่าน ที่ส่งผลต่อความสามารถด้านคณิตศาสตร์ของนักเรียน  แต่เขียนกิจกรรมวิจัยไปอีกแนวทาง คือ เป็นการพัฒนาวิธีการสอน (กิจกรรมที่ 2)  การพัฒนาสื่อ (กิจกรรมที่ 3) และการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ (กิจกรรมที่ 4)  หากรวม 3 กิจกรรมนี้เข้าด้วยกัน ก็จะเป็น “การจัดการเรียนการสอน” จะได้หรือไม่

กิจกรรมที่ 5 และ 6 ไม่ใช่วิธีการวิจัย
กิจกรรมวิจัยครั้งนี้ เน้นการอ่าน  จึงน่าจะเพิ่มกิจกรรม คือ
– ศึกษาการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เทียบกับโรงเรียนแกนนำ
– ศึกษาผลของการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาการอ่าน
– การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการอ่าน ( วิธีการสอน  สื่อ  กิจกรรม  บรรยากาศ )
– ศึกษาผลของการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการอ่าน (โดยการทดลองใช้ทั้งชั้นเรียนในเทอมที่1)

การวิจัยครั้งนี้ ควรออกแบบให้ครูที่เข้าร่วมโครงการได้ผลงานวิจัยในชั้นเรียนคนละเรื่อง

การออกแบบกิจกรรมวิจัย ควรเขียนรายละเอียดว่า จะทำอะไร  ทำอย่างไร เพื่อให้ได้ข้อมูลอะไรมาอธิบายผลหรือความสัมพันธ์ ที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาปกติ  แต่ต้องนำข้อมูลมาเชื่อมโยงกันจึงจะเห็นความสัมพันธ์  เช่น การตั้งกลุ่มจัดการความรู้ทำอย่างไร จึงจะได้ความรู้ของครูมาใช้เป็นประโยชน์ในการทำวิจัยครั้งนี้  สอนอย่างไรจึงจะทำให้ผู้เรียนเกิดนิสัยรักการอ่านและอ่านเป็น สามารถอ่านแบบวิกฤติได้  ข้อมูลความสามารถด้านคณิตศาสตร์จะถูกนำมาใช้ในการอธิบายผลสุดท้ายว่า การอ่านเป็นมีผลต่อการการเรียนคณิตศาสตร์หรือไม่

นำทฤษฎีและหลักการ มากำกับในแต่ละกิจกรรม

4.  แผนการดำเนินการวิจัย

5. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
เดือนที่ 3   ได้ข้อมูลสภาพปัจจุบันและปัจจัย บริบทของโรงเรียน
เดือนที่ 6   ได้ได้วิธีการสอน กระบวนการสอน สื่อ และแหล่งเรียนรู้ เพื่อใช้ในการพัฒนานิสัย
เดือนที่ 9   ได้
เดือนที่ 12  ได้ผลการทดลองการบวนการจัดการเรียนการสอนแบบเน้นการอ่าน

6. งบประมาณ
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ , กรม (2544:1) การศึกษาสภาพการอ่านของนักเรียนและการจัดกิจกรรมส่งเสริม
การอ่านในโรงเรียน.  กรุงเทพฯ, โรงพิมพ์คุรุสภา.
สมพงษ์  จิตระดับ  สุอังคะวาทิน. “เด็กไทยอ่านเขียนไม่ออก ถูกเพียงครึ่งเดียว” มติชน.
(26 กรกฏาคม 2550) :6.
วีระ  โรจน์พจนรัตน์.  (2550).  “เด็ก ป.3 เกินครึ่งแสนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้” ผู้จัดการ.
(17 กรกฎาคม 2550) : 1
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ (2544 ) การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ:กระทรวงศึกษาธิการ,2544.
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ (2545 ) เอกสารประกอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาพื้นฐาน. กรุงเทพฯ:
จุไรรัตน์ อินทรโอสถ. (2545).การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่องการบวกเลข
กลุ่มทักษะคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. สารนิพนธ์ กศ..(เทคโนโลยี
การศึกษา). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ชิรา ลำดวนหอมสรุปรายงานวิจัยกิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เรื่อง แบบรูปและการให้
เหตุผลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สนับสนุนทุนจากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)http://www.ipst.ac.th/research/resuit.shtml
วิทยา    ใจวิถี (2547 : สไลด์ที่8-12 )
วิรุฬห์ โภคาพันธ์ http://www.thaiedresearch.org/result/result.php?id=3885
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู (2542
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2546:24-25)
สุวร  กาญจนมยูร (2545:50-52)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กระทรวงศึกษาธิการ. (2539 :11-12)
สุนีย์ เหมะประสิทธิ์ (2533: 8 อ้างอิงมาจากคมกฤษณ์  บุญเจริญ (2538: 7) และ ทองระย้า  นัยชิต
(2536:15)
วิจารณ์  พานิช.  การจัดการความรู้ ฉบับนักปฏิบัติ.  กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ, 2548.
ชัชวาล  วงษ์ประเสริฐ. การจัดการความรู้ในองค์กรธุรกิจ, กรุงเทพฯ, เอ๊กเปอร์เน็ต, 2548.
บุญดี   บุญญากิจ  และฌัชมน   พรกาญจนานันท์ . การจัดการความรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.  กรุงเทพฯ , บริษัทซิเอ็ดยูเคชั่นจำกัด(มหาชน) 2549.
สำนักงาน ก.พ.ร. และสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ 2548
แนะนำให้อ่านหนังสือ
จเร  สำองค์ (2553). ดนตรีเล่น  สมองแล่น ( Music can Change). บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) กรุงเทพมหานคร.

ชื่อเรื่อง อาจแก้เป็น  การจัดการความรู้เพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้คณิตศาตร์ที่เน้นการอ่าน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s