เรียนจากคำถาม_1 : การคิดโจทย์

มีคำถามจากครู จึงเอามาแลกเปลี่ยนเพื่อเป็นประสบการณ์ และเรียนรู้ไปด้วยกัน…. 

คำถามครูคนที่ 1
        กระผม มีความประสงค์จะทำการวิจัยเรื่อง “การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน ตามทรรศนะของ ครู กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน”  จุดประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาความพึงพอใจ และข้อเสนอแนะในเรื่องการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน ตามทรรศนะของครู กรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครองนักเรียน  ไม่ทราบว่า จะเป็นอย่างไร และมีข้อเสนอแนะอะไรบ้างในขั้นตอนการดำเนินการ 

ตอบ
การทำวิจัยในโครงการผู้บริหารโรงเรียนทำวิจัยครั้งนี้ จะเป็นการวิจัยเพื่อปรับปรุงปัจจัยหลายตัว เช่น เทคนิคการสอน  สื่อ  การบริหารวิชาการของผู้บริหาร และอื่น ๆ  โดยมีครูส่วนใหญ่หรือทั้งโรงเรียนลงมาช่วยทำวิจัยกัน  เพื่อให้ผลของการวิจัยไปถึงเป้าหมายสุดท้าย คือ นักเรียนเก่งวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์  
 
ดังนั้นวัตถุประสงค์ “การบริหารวิชาการของผู้บริหาร” จะเป็นกิจกรรมย่อย 1 กิจกรรม ในการวิจัยครั้งนี้
 
แนะนำให้อาจารย์ประชุมระดมสมองกับครูทั้งหมดในโรงเรียน เพื่อแจ้งจะขอทุนจากโครงการผู้บริหารทำวิจัย  และถามครูว่าจะทำวิจัยอะไรกันบ้าง  ครูบางคนมีประสบการณ์สูง อาจได้แนวทางดี ๆ และได้ข้อมูล  นำมาเรียบเรียงเป็นข้อเสนอโครงการได้ 1 เรื่อง ได้อย่างง่าย ๆ  ผลของการทำวิจัยในครั้งนี้ ครูทุกคนจะได้ผลงานวิจัยในชั้นเรียนคนละเรื่อง 
 

คำถามครูคนที่ 2
ได้ลองเขียนตามแบบฟอร์มที่ส่งมาให้แล้วค่ะ (ผังความคิด)   แต่ไม่แน่ใจว่าใช้ได้หรือยัง   จากข้อมูลเดิมของโรงเรียน  สภาพปัจจุบันโรงเรียนได้ทดลอง ให้นักเรียนชั้นอนุบาล 1 และ 2 เรียนวิทยาศาสตร์  โดยเรียนสัปดาห์ละ 1 เรื่องการทดลอง  ซึ่งตอนนี้ นักเรียน เรียนไปแล้ว จำนวน  12 การทดลอง แล้วค่ะ 
 
ตอบ
อยากทราบว่า การทดลองผลเป็นอย่างไร  เก็บข้อมูลอะไรบ้    ที่อาจารย์เขียนผังความคิด ถอดความหมายได้ดังนี้
อาจารย์จะ “พัฒนาการเรียนการสอนแบบโครงงานสำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล”  อยากทราบว่า อาจารย์มีหลักฐานบ้างไหม ว่าการสอนแบบโครงงานเหมาะสมสำหรับการจัดการเรียนการสอนชั้นอนุบาล
 
มีงานวิจัยเรื่อง “การศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย จากแหล่งเรียนรู้และภูมิมิปัญญา ของศูนย์พัฒนาเด็กเล้กอนุบาลนูรุลอิสลาม (บ้านลาหงา) ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล

ซึ่งมีวัตถุประสงค์ คือ 
1. เพื่อศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย จากแหล่งเรียนรู้และภูมิมิปัญญา 
2. เพื่อให้ผู้ปกครอง ชุมชน มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ของเด็ก 
และ 3. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้จริง แล้วสามารถบูรณาการการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

มีการดำเนินงาน  คือ
     – ใช้เวทีและเปลี่ยนเรียนรู้  ทีมวิจัย + ผู้รู้ + ผู้ปกครอง 
     – ใช้แหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ 14 แหล่ง คือ มัสยิด  สถานีตำรวจ  สถานีอนามัย  สำนักงานท่องเที่ยว  ที่ว่าการ อบต.  โรงเรียน  ชาวสวน  หัตกรรม(จักรสาน)  ทำขนม  ทำผ้าบาติก  ชาวประมง  ชาวนา  ลอกใบจาก  และบ้าน
     – ระดมความคิดเห็นจัดทำแผนการจัดการเรียนการสอน  ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็ก 
     – ตัวอย่าง “หน่วยเรียนรู้ขนมโค” 
          วันจันทร์  1. มารยาทที่หนูควรรู้  2. ข้อตกลง
          วันองคาร  1. อุปกรณ์  2. วิธีทำ  3. ลักษณะ
          วันพุธ  1. รู้จักอุปกรณ์และส่วนผสม
          วันพฤหัสบดี  1. ประโยชน์และรสชาด
          วันศุกร์  1. สรุปและประเมิน
     – สิ่งที่เด็กได้รู้  คือ 1. การทำขนม  2. อุปกรณ์และส่วนผสม 3.ประโยชน์และโทษ 4. อื่น ๆ
     –  สิ่งที่ต้องประเมิน 1. พฤติกรรมและการแสดงออกของเด็กเป็นรายบุคคล  2. การซักและตอบคำถาม  3. การปฏิบัติตน
     –  สื่อการสอน  …..

แนะนำให้อาจารย์พาครูไปเรียนรู้ประสบการณ์ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้ เพื่อนำข้อมูลและแนวทาง มาใช้ในการเขียนข้อเสนอโครงการ โดยการสอดแทรกวิทยาศาสตร์เข้าไปในระหว่างกระบวนการ
 
ไพโรจน์  คีรีรัตน์
6 สิงหาคม 2553

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s