ประสบการณ์ดีๆ จากโครงการผู้บริหารโรงเรียนทำวิจัย

นางสาวชูศรี  กาญจนวงศ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านชุมโลง

หมู่ที่ 1  ต.สระแก้ว  อ.ท่าศาลา  จ.นครศรีธรรมราช  80160

โทร  075-751724  E-mail : sri_47@hotmail.com

ดิฉัน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านชุมโลง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4  ในปีการศึกษา  2551  มีนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถมศึกนักเรียน  82 คน  ดิฉันเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่ได้รับการพิจารณาให้เข้าร่วมโครงการผู้บริหารโรงเรียนทำวิจัยของสกว. ประจำปีงบประมาณ  2551  ซึ่งขณะนี้โครงการดังกล่าวปิดไปแล้วเมื่อวันที่  17-18  ธันวาคม  2552  ที่ผ่านมา โดยผู้บริหารในโครงการทุกคนนำผลงานการวิจัยนำเสนอต่อที่ประชุมในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคใต้ประจำปี  2552  ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน   กระทรวงศึกษาธิการ แม้ว่าผลงานของพวกเราจะยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก  แต่ก็อยากเล่าประสบการณ์ดีๆ ให้เพื่อนผู้บริหาร ครู  บุคลากรทางการศึกษา  ตลอดจนผู้ที่สนใจการวิจัยทางการศึกษา

ที่มา

ประมาณกลางเดือนกันยายน 2550  โรงเรียนได้รับเอกสารจากหน่วยงานอื่น ดิฉันซึ่งเป็นผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูไม่ครบชั้นและไม่มีนักการภารโรง จึงต้องทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนด้วย (โดยตำแหน่ง)  เปิดอ่านด้วยความอยากรู้ปรากฏว่า  เป็นหนังสือจากสำนักงานประสานงานชุดโครงการวิจัย  “การพัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา” ภาควิชาเครื่องกล  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เมื่ออ่านรายละเอียดก็แปลกใจที่คณะวิศวกรรมศาสตร์มีแนวคิดสนับสนุนให้ผู้บริหารโรงเรียนเสนอโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษา แต่ก็มีความสนใจอยู่มากเพราะอยากเรียนรู้ว่าคนนอกวงการศึกษาจะมีความคิดเห็นต่อการบริหารจัดการของเราอย่างไร ประกอบกับทางโรงเรียนกำลังจะปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน  ให้นักเรียนมีผลงานหลักฐานการเรียนรู้และครูมีผลงานจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เป็นประจักษ์หลักฐาน อ้างอิงได้  ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาโรงเรียนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะงานวิชาการ

ความสำคัญ

ดิฉันจึงศึกษาเอกสารอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการเสนอโครงการ และลองเขียนเค้าโครงเสนอโครงการเพื่อขอสนับสนุนทุนวิจัย การเขียนโครงการของดิฉันก็ให้หลักทั่วไป คือเริ่มจากข้อมูลที่เป็นประเด็นปัญหาการศึกษา สภาพปัจจุบันและปัญหาของโรงเรียน และจบลงที่ความต้องการในการพัฒนาหรือปรับปรุงสภาพปัจจุบันและปัญหาของโรงเรียนให้หมดไปอย่าบอกเลยนะว่าโครงการที่เขียนชื่อโครงการอะไร แต่จากประสบการณ์ที่ได้รับทำให้ทราบว่า ผู้บริหารโรงเรียน ครู และบุคลกรทางการศึกษาของเราส่วนใหญ่มีจุดอ่อนในการเขียนโครงการวิจัยมาก ได้แก่  ชื่อเรื่องยาวมากเพราะพยายามจะให้ครอบคลุมตัวแปรต้น  ตัวแปรตาม กลุ่มตัวอย่างและวิธี ดำเนินการวิจัย แยกไม่ชัดเจนว่าประเด็นที่เขียนเป็นโครงการวิจัย  เป็นปัญหาวิจัยหรือการรายงานผลการดำเนินงานในหน้าที่ปกติ  และใช้ผลการวิจัยมาตั้งเป็นชื่อเรื่อง เหล่านี้เป็นต้น  ความรู้เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้จากข้อสังเกตของผู้ทรงคุณวุฒิ

แต่สุดท้ายดิฉันก็ได้โครงการวิจัยที่ตัวเองคิดว่าตรงตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนด  จึงได้จัดส่งเอกสารข้อมูล  ประกอบด้วย แบบเสนอโครงการเต็มรูป  โครงการวิจัย และแผ่นบันทึกข้อมูล   ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน  2550

การแจ้งผล

หลังจากส่งเอกสารโครงการไปยังศูนย์ประสานงานแล้ว  คิดว่าโครงการที่เขียนไปคงจะลงตะกร้าไปแล้วเพราะคาดว่า  มีผู้บริหารจำนวนมากส่งข้อเสนอโครงการไปขอรับการสนับสนุน  ดิฉันรออยู่ประมาณ 1 เดือน  ตอนบ่ายวันที่  15  ธันวาคม  2550  ดิฉันได้รับเอกสารจากไปรษณีย์  รีบเปิดดูเลยคะ เพราะเข้าใจว่าเป็นประกาศจากโครงการฯ  แต่ไม่ใช่  กลับกลายเป็นวารสารจดหมายข่าวโครงการผู้บริหารโรงเรียนทำวิจัย  ฉบับที่ 1  ปีที่ 1  ประจำเดือนธันวาคม  2550  ที่มีข้อมูลรายละเอียดโครงการที่น่าสนใจ  เช่น  โครงการยุววิจัยยางพารา สกว.  โครงการครุวิจัย  และโครงการสนับสนุนผู้บริหารโรงเรียนทำวิจัย  (ซึ่งต่อมาดิฉันก็เป็นหนึ่งในสมาชิกโครงการครุวิจัยพลังงานของมอออด้วย)

เมื่อเปิดถึงหน้าที่ 8-10  พบรายชื่อข้อเสนอโครงการปี 2550  ที่ผู้บริหารโรงเรียนได้ส่งไปจำนวน  37  โครงการ รายการที่ 15  เป็นของดิฉันคะ  ตื่นเต้น  ดีใจและกังวลใจ  คือความรู้สึกของดิฉันในขณะนั้น

ประชุมแลกเปลี่ยน

วันที่  10  กุมภาพันธ์  2551  ทางโรงเรียนก็ได้รับหนังสือเชิญเข้าร่วมประชุมนำเสนอโครงการเพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการในประเด็น “แนวคิดในการออกแบบการวิจัย”  เพราะทางผู้ประสานงานโครงการพิจารณาจากโครงการที่นำเสนอแล้วว่าเกือบทุกโครงการยังขาดความรู้  ความเข้าใจในเรื่องขั้นตอนการทำงาน  กับกระบวนการวิจัย  ดิฉันจึงเกิดแนวคิดทันทีว่าเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ผ่านการแลกเปลี่ยนกับผู้ทรงคุณวุฒิจึงประสานโครงการขออนุญาตพาครูทุกคนในโรงเรียนเข้าร่วมประชุมด้วย  ทางโครงการใจกว้างอนุญาต  วันที่15 กุมภาพันธ์  2551  เวลา  08.30  น.  คณะครูจำนวน  7  คน  ก็ถึงโรงเรียนที่จัดประชุมก่อนเจ้าหน้าที่จากโครงการเพราะความตื่นเต้น  วันนี้ โรงเรียนที่นำเสนอโครงการ  3  โรงเรียน  และมีโรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมรับฟังอีก  3  โรงเรียน  แต่ตอนหลังปรากฏว่ามีเพียงโครงการของดิฉันที่ดำเนินการต่อจนแล้วเสร็จ  ส่วนอีกสองโครงการผู้บริหารโรงเรียนท่านหนึ่งป่วยต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจึงขอยกเลิก (ทราบข้อมูลเมื่อท่านพาครูไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนของดิฉัน”อีกท่านอยู่ในระหว่างพัฒนางานวิชาการเพื่อเสนอขอเลื่อนวิทยฐานะจึงขอยกเลิกโครงการไป

รูปแบบในการแลกเปลี่ยนในที่ประชุมคือ  ผู้เสนอโครงการเล่าให้ฟังว่าจะทำวิจัยอะไร  ทำอย่างไร  โดยใช้กระบวนการวิจัยอย่างไร  พร้อมเหตุผลต่างๆ ที่เป็นไปตามแนวคิดของการวิจัย  มีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน  3  ท่าน  และผู้เข้าประชุมซักถามประเด็นที่ยังสงสัย  และเติมเต็มในประเด็นที่ขาดหายไป  ดิฉันในฐานะนักวิจัย (คิดเอาเอง)  รู้สึกถูกใจมากที่ได้มีโอกาสเรียนรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวิจัยโดยตรง  แต่ครูของดิฉันเกือบทุกคนรู้สึกค่อนข้างตกใจกับข้อคำถามและคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิพอสมควร  “ ผอ.ออ. เก่งนะ  ยังยิ้มเฉย เป็นพี่เยี่ยว (ปัสสาวะ)แตกแหละ”   (ตัวอย่างคำพูดครู)

จากที่ประชุมวันที่ ผู้บริหารโรงเรียนในโครงการได้ความรู้  ประสบการณ์  ในเรื่องการวิจัยตั้งแต่ การตั้งชื่อ  การกำหนดวัตถุประสงค์  การออกแบบวิจัย  การวางแผนเก็บข้อมูลวิจัย  ซึ่งหาอ่านจากที่ไหนไม่ได้

เรียนรู้จากการทำวิจัย

หลังจากนั้น  ดิฉันก็รวบรวมข้อมูลจากที่ครูได้ร่วมกันบันทึกไว้มาประมวลกับประสบการณ์ที่ตัวเองได้รับมาปรับข้อเสนอโครงการ  ตั้งแต่ชื่อเรื่อง  จนถึงผลที่คาดว่าจะได้รับส่งกลับไปใหม่  ทางe-mail  ซึ่งเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่ผู้บริหารในโครงการได้ฝึก

ต้นเดือนสิงหาคม  2551 โครงการได้จัดส่งเอกสารสัญญา  เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ  งบประมาณสนับสนุนก็ถึงมือผู้วิจัย และดำเนินการวิจัยตามแผนการวิจัยตามลำดับ

ระหว่างนั้น  โครงการได้จัดประชุมเพื่อกระตุ้นให้ครูและผู้บริหารเกิดการพัฒนาตนเองเพื่อจัดทำโครงการเสนอเข้าพิจารณาในทุกโครงการของ สกว.  ดิฉันก็ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์โครงการอย่างเต็มที่เพื่อให้เพื่อนครูและผู้บริหารโรงเรียนได้มีโอกาสดีๆ อย่างดิฉัน

เมื่อดำเนินการวิจัยไปได้ 6  เดือน  ทางโครงการจัดให้มีการประชุมรายงานผลความก้าวหน้าของโครงการในลักษณะการประชุมแลกเปลี่ยนเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้วิจัยได้ปรับปรุงงานภายใต้ข้อเสนอแนะที่ดีจากผู้ทรงคุณวุฒิ

ความภาคภูมิใจ

สุดท้ายดิฉันเป็นหนึ่งใน  18  โครงการ จาก  37  โครงการที่มีผลงานการวิจัยแล้วเสร็จตามโครงการ  ได้นำเสนอในวันปิดโครงการ  และส่งผลงานการวิจัยประกวดในกิจกรรมผลงานวิจัยของผู้บริหารโรงเรียน  ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคใต้  รับเกียรติบัตรมีผลงานวิจัยระดับทองและเป็นตัวแทนของ  31  เขตพื้นที่ภาคใต้นำเสนอผลงานวิจัยในงานมหกรรมการศึกษาต่อไป  แม้ว่างานวิจัยที่ส่งเข้าประกวดจะไม่ใช้ผลงานจากโครงการผู้บริหารโรงเรียนทำวิจัยแต่ประสบการณ์ส่วนใหญ่ได้จากเวทีแลกเปลี่ยนที่โครงการฯ จัดให้  ในปีงบประมาณ  2553   ดิฉันจึงได้เขียนข้อเสนอโครงการเพื่อทำงานวิจัยต่อยอดจากโครงการที่แล้ว  จึงอยากเชิญชวนผู้บริหารโรงเรียนมาร่วมเป็นนักวิจัยในโครงการด้วยกัน

ท้ายสุดนี้  ขอแสดงความขอบคุณ  สกว. และโครงการผู้บริหารโรงเรียนทำวิจัยของสกว.  โดยเฉพาะ อาจารย์ไพโรจน์  คีรีรัตน์  และ คุณสวรรยา  พรวิบูลภาค  ผู้ประสานงานชุดโครงการที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้บริหารโรงเรียน ทำให้ดิฉันได้พัฒนาตนเองในด้านวิชาการ  และหวังว่า  ผู้บริหารโรงเรียน  และครูที่สนใจพัฒนาตนเองจะมีโอกาสดีๆ อย่างที่ดิฉันได้รับในวันนี้  …ขอบคุณคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s