ผู้บริหารทำวิจัย…เป็นอย่างไรกัน

กรสิวรรณ์   เธียรโชติ*

ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสันติวัน สพท.ตรัง เขต 1

ม.7  ต.นาท่ามเหนือ  อ.เมือง  จ.ตรัง   92190

Email : rat.song@hotmail.com

ก่อนอื่นท่านผู้อ่านมาทำความรู้จักกับโรงเรียนวัดสันติวันสักเล็กน้อย  โรงเรียนวัดสันติวันเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก  อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1  ปัจจุบันมีนักเรียนจำนวนไม่มากคือ  53 คน  ครูผู้สอนก็ไม่ครบชั้นมีเพียง  5  คน (รวมทั้งผู้บริหาร)  ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลนาท่ามเหนือ  อำเภอเมืองตรัง  ซึ่งอยู่ชานเมืองแต่ก็มีอะไรที่ใคร ๆ ก็ไม่รู้ (เหมือนกัน) ………ติดตามต่อไป

จากการที่ผู้วิจัยได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารมาตั้งแต่ปี 2545 นับได้ประมาณ  7 ปีเศษ  ซึ่งถือว่ายังอ่อนด้อยประสบการณ์ในเชิงวิชาการอยู่  แต่ด้วยใจรักและได้ผ่านการเรียนรู้จากการทำงานวิจัยในหลายรูปแบบ  อาทิเช่น  วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท  งานวิจัยในระดับปริญญาตรี  งานวิจัยเอกสารย่อย ๆ  งานวิจัยชั้นเรียนของครูและผู้บริหาร  แต่ได้มีความสนใจในด้านนี้มาโดยตลอด และเคยได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากเขตการศึกษา 11 (จ.ภูเก็ต) ในการทำงานวิจัยมาแล้ว  ….ก็คิดว่ายังไม่เพียงพอในการเพิ่มประสบการณ์ด้านวิจัย (ซึ่งเป็นงานที่ตัวเองรักยิ่งกว่างานใด ๆ) ……ยังต้องหาประสบการณ์ต่อไปเรื่อย ๆ

จนกระทั่ง…อยู่มาวันหนึ่ง  ก็มาถึงจุดเปลี่ยนที่ท้าทาย…….ได้มีจดหมายส่งตรงมาจากสำนักประสานงานชุดโครงการวิจัย “การพัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา” ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล  คณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา  ถึงผู้อำนวยการโรงเรียน (ประถม) โรงเรียนวัดสันติวัน  ก็ได้เปิดอ่าน  และพบข้อความว่า  “ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมทำวิจัย โดยจัดทำข้อเสนอโครงการตามแบบฟอร์ม และส่งกลับภายใน 30 พฤศจิกายน 2550”  ซึ่งข้าพเจ้าได้เปิดด้วยความตื่นเต้น  และอ่านไปเรื่อย ๆ ก็ไม่น่าสนใจเท่าไร  จนพบข้อความที่ให้ทำให้ข้าพเจ้าสนใจ  คือ  โครงการสนับสนุนผู้บริหารโรงเรียนเน้นผู้ทำวิจัยนั้นต้องเป็นผู้อำนวยการเป็นหัวหน้าโครงการ  ซึ่งอยู่ใน 5 จังหวัดภาคใต้….คือ  นครศรีธรรมราช  ตรัง  สตูล  พัทลุง  สงขลา……ก็ จ.ตรัง เป็นจังหวัดหนึ่งที่น่าจะเข้าข่าย…..ก็เลยสนใจทันที  และด้วยความที่ตนเองสนใจวิจัยอยู่แล้ว  ก็คิดว่าน่าจะไม่มีอะไรเกินความสามารถ  จึงตัดสินใจสมัคร  ในวันนั้นเลย  แต่ก็คิดอยู่นาน…เหมือนกัน….เอาไงเอากัน !

จากนั้นก็รีบดำเนินการสมัครโดยไปส่งใบสมัคร ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ใกล้ที่สุดด้วยตนเองทันที  แล้วก็รอ….การตอบรับ….ด้วยความตื่นเต้นดีใจ….เมื่อได้ข่าวโครงการผู้บริหารโรงเรียนทำวิจัย ฉบับที่ 1 ปีที่ 1 (01 ธันวาคม 2550) ซึ่งส่งตรงมาจากสำนักงานประสานงานชุดโครงการวิจัย “การพัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา” ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล  คณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา ฯ เช่นเคย  ผู้วิจัยรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากคือ รายชื่อโครงการผู้บริหารทำวิจัยฉบับนี้  ในหน้าที่ 7 มีรายชื่อข้อเสนอโครงการ ปี 2550 ของข้าพเจ้าติดอยู่ด้วยในลำดับที่ 31 ชื่อโครงการ “การศึกษาสภาพการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนวัดสันติวัน  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1”  ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจมากและที่ภูมิใจอีกประการคือ  เราเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของจังหวัดตรัง…ก็หวังว่าจะทำให้ดีให้ดังไปเลย…..ต่อมาจะเป็นอย่างไรเล่า……???

เมื่อได้ข้อเสนอโครงร่างงานวิจัยดังกล่าวแล้ว  ก็รีบเร่งดำเนินการหาข้อมูลโดยเร็วเพื่อส่งโครงร่างและเพื่อจะได้ดำเนินการวิจัยให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี (ตาม สกว.กำหนด)  ซึ่งตอนนั้นกำลังตั้งท้องอยู่  ก็ถือเป็นงานที่สาหัสมากสำหรับคนสี่หูสี่ตาอย่างข้าพเจ้า  แต่ก็เป็นงานที่ชอบและสนใจ…..ต้องทำได้อยู่แล้ว  ก็ตั้งใจทำแม้งานบริหารจะมากมายต้องทำเองทุกเรื่องโดยเฉพาะครูธุรการก็เป็นหน้าที่ผู้บริหารนับว่าหนักมาก

สุดท้ายได้หัวข้อและปรับแก้จนได้ไปนำเสนอครั้งแรกที่ โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา (จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร..ไม่ใช่เนื้อหา) ซึ่งต้องเดินทางไปร่วมสัมมนา  ครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นน่าดูว่าจะได้พบผู้ร่วมงานที่ร่วมชะตาเดียวกันจะเป็นอย่างไรบ้างน๊า !….ก็รู้สึกดี….ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งแรกประทับใจมาก  ได้รู้จักเพื่อนทั้งรุ่นพี่ (สงสัยรุ่นน้องคงไม่มี) เพราะข้าพเจ้าอายุอ่อนกว่าใคร ๆ

ครั้งที่  2  น่าจะดี  ก็ได้เข้าร่วมนำเสนอผลงาน  น่าจะผ่านไปด้วยดี  แต่ทว่า  ไม่เป็นอย่างนั้น  งานวิจัยที่เราเสนอมีจุดที่ควรปรับปรุงหลายอย่าง  ก็รู้สึกท้อมาก  เนื่องจากมีรองศาสตราจารย์ จาก มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา มาร่วมวิจารณ์ผลงาน  ซึ่งแต่ละคนก็โดนวิจารณ์เละ….รวมทั้งข้าพเจ้าด้วย ก็ท้อมากกลับมาก็นึกว่าคงไปไม่รอดแล้ว  เลิกดีไหม  หาเรื่องอื่นดีไหม….เอาเถอะ…พยายามค้นหาข้อมูล  เอกสารต่าง ๆ ต่อไป…เราต้องสู้จึงจะชนะ  ก็ทำใจต้องทำต่อไป

ครั้งที่ 3 เป็นการเสนอผลงานที่จบกระบวนการ ณ โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา (ซึ่งทุกครั้งไปสัมมนาที่โรงแรม แต่ครั้งนี้เป็นโรงเรียน….และให้ใช้งบฯ ส่วนตัว….ล้อเล่นนา)  น่าจะสรุปสุดท้ายแล้ว  ก็ประทับใจอีกครั้ง  ก็หอบผลงานของนักเรียนไปเพียบเลย….ภูมิใจมาก  คงจะจบแค่นี้นะ……แต่ไม่ใช่  แล้วผลงานล่ะเป็นอย่างไร….

ผลงานวิจัยที่ผู้วิจัยได้นำ (หอบ) มาเสนอจากโครงการผอ.ทำวิจัย กับ สกว.ครั้งนี้  คือ  “รูปแบบการจัดการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของโรงเรียนวัดสันติวัน” ซึ่งใช้กิจกรรมเทคโนโลยีการเผาถ่านด้วยเตาเผาถ่าน 200 ลิตร โดยวิทยากรภูมิปัญญาท้องถิ่นระดับประเทศ “นักเผาถ่านมืออาชีพ” คือ  นายสุดใจ  ตั่นเล่ง หรือ “ลุงใหญ่” ของเด็ก ๆ โดยใช้ผลผลิตที่ได้คือ  “ถ่าน”  ซึ่งมีประโยชน์คือ  นำมาใช้ประดิษฐ์เป็นของชำร่วย  เป็นของฝากแก่ผู้มาเยี่ยมเยือน (ดับกลิ่นในห้อง  ในตู้เย็น ฯลฯ)  และผลพลอยได้คือ  “น้ำส้มควันไม้”  ซึ่งใช้เป็นยาฆ่าแมลง รดผักปลอดสารพิษโดยไม่ต้องใช้สารเคมีที่มีตามท้องตลาด  ซึ่งข้าพเจ้าได้นำผลงานเหล่านี้ไปแสดงนิทรรศการแก่ผู้มาประเมินจาก สมศ.รอบ 2 เมื่อวันที่  10-12 มิถุนายน 2552 มาแล้วซึ่งผู้ประเมินจาก สมศ.ได้เห็นความสำคัญถึงหลักสูตรท้องถิ่นและการดึงชุมชนมาใช้ในการจัดการศึกษา ทำให้ สมศ.รับรองผลการประเมินและผ่านการประเมินรอบสองในมาตรฐานที่ 13 ระดับดี (ในเรื่องหลักสูตรเนื้อหาสาระระดับท้องถิ่นมีผลการประเมินระดับคุณภาพดีมาก) นอกจากนี้ทางโรงเรียนได้นำผลงานไปแสดงในงานมหกรรมวิชาการ “รวมพลังปัญญาพัฒนาเด็กตรัง” ปี 2552 ที่ สพท.ตรัง เขต 1 และ เขต 2 จัดขึ้น เมื่อวันที่ 19-21 สิงหาคม 2552 ซึ่งมีผู้สนใจศึกษาและเห็นประโยชน์อย่างมาก

แต่การนำเสนอผลงานทุกครั้งผู้วิจัยทุกคนต้องกลับไปแก้ไขทุกครั้งเสมอไป  และครั้งนี้ก็เช่นกัน  ทางสกว.ก็ได้แจ้งให้ผู้วิจัยรายอื่น ๆ รวมทั้งข้าพเจ้าด้วยดำเนินการแก้ไขรายงานฉบับสมบูรณ์พร้อมเรื่องเล่าฉบับนี้  โดยขีดเส้นตายวันที่ 25 มกราคม 2553…….แต่ก็ดี…..ที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนร่วมชะตา  รวมทั้งที่สำคัญ  ผู้ประสานงานอย่าง รองศาสตราจารย์  ไพโรจน์  คีรีรัตน์….ขอคารวะในทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจารย์ได้แนะนำให้สิ่งที่ดีมาโดยตลอด  ทั้งที่ประทับใจและไม่ประทับใจ  แต่ก็ต้องใช้ความอดทน  ต่อสู้ทุกอย่างเพื่อผลงานที่ดีของ สกว…..ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกซาบซึ้งในคำพูดของท่านที่ว่า  “ต้องใช้การคิดวิเคราะห์แบบไร้สติ”…..เป็นยังไง ??? (ยังงงอยู่เหมือนกัน)

ที่เล่ามาทั้งหมดหากจะตกหล่นไปบ้างก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  …..แต่ต้องขอขอบคุณผู้ให้โอกาสแก่ข้าพเจ้าที่ได้ผลิตผลงานที่ดี (ไม่มากก็น้อย)  ให้ปรากฏแก่สายตาของครู  ผู้บริหาร  และผู้สนใจในงานวิจัยของผู้บริหารโรงเรียนเล็ก ๆ (แต่เป็นสิ่งที่ใหญ่และมีค่าในเวลาอันจำกัด)  นั่นคือ  ขอขอบคุณทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่) และ สกว. (สปว.ยางพารา)  ที่ได้ให้ทุนและโอกาสดีดี  ในการเพิ่มประสบการณ์ที่นอกเหนือบทเรียน (นอกห้องเรียน) ที่หาโอกาสยากสำหรับผู้บริหารโรงเรียนเล็ก ๆ ในการแสดงผลงานออกมาให้ปรากฏแก่สายตาชุมชนและบุคคลทั่วไป

สุดท้ายขอฝากไว้ให้คิดว่า  สิ่งสำคัญที่ข้าพเจ้าและผู้วิจัยคนอื่น ๆ ได้รับในครั้งนี้คือ  ประสบการณ์ที่ได้รับจากเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกระบวนการทำวิจัยที่แปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร  ซึ่งสกว.มีแนวคิดในการทำวิจัยในรูปแบบที่แตกต่างจากงานวิจัยทั่วไป  เช่น การเขียนรายงาน 5 บท ที่เจาะลึกในเนื้อหาเป็นส่วน ๆ การให้ผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำปรึกษาและวิจารณ์งานวิจัยแต่ละคน (ดีมาก) ทำให้รู้จุดอ่อนแข็งของตนเอง  มีการสรุปผลสุดท้ายออกมาในรูปกรอบแนวคิดการวิจัยและแสดงผลงานออกมาในแผ่น CHART ที่กระชับ  ตลอดจนนำเสนอข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะในจุดที่ต้องเพิ่มเติมให้แต่ละคนด้วย  นับเป็นก้าวสำคัญในการปูพื้นฐานความคิดที่แปลกใหม่ที่ทำให้ข้าพเจ้ามีความรู้สึกท้อใจ (ครั้งแรก) แต่ (สุดท้าย) ก็ประทับใจในวิธีการของการเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการทำวิจัยอย่างมีรูปแบบเป็นขั้นตอนซึ่งผู้วิจัยอยากจะเข้าร่วมกิจกรรมเช่นนี้อีก….เพื่อจะได้พัฒนาต่อยอดไปเรื่อย ๆ  นับเป็นประสบการณ์ที่ไม่เลวเลย….

ลองมาเข้าร่วมโครงการผู้บริหารทำวิจัยดูแล้วจะรู้ว่า…เป็นอย่างไร  ขอจบแค่นี้นะ…ต้องดำเนินการปรับผลงานต่อ….สู้ สู้!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s